- หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์
- ภาษาไทย : นิเทศศาสตรบัณฑิต
- ภาษาอังกฤษ : Bachelor of Communication Arts
- ชื่อเต็ม (ภาษาไทย) : นิเทศศาสตรบัณฑิต
- ชื่อปริญญา (ภาษาอังกฤษ) : Bachelor of Communication Arts
- อักษรย่อ : นศ.บ.
- อักษรย่อ : B.Com.Arts
- คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น
- ผลิตนักนิเทศศาสตร์ที่มีความรู้และทักษะเกี่ยวกับการสื่อสารสมัยใหม่ภายใต้หลักคุณธรรม และจริยธรรมในวิชาชีพ ด้วยจิตสำนึกในการรับใช้สังคม
-
หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิตมุ่งสร้างบัณฑิตให้เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน มีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับคนได้ ทุกระดับ ตลอดจนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการการสื่อสารทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการก้าวทันวิวัฒนาการการสื่อสารสมัยใหม่ จนสามารถประยุกต์ใช้ข่าวสารเพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนเอง ธุรกิจ และสังคมส่วนรวม
-
เพื่อผลิตบัณฑิตให้เป็นผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และ จิตสำนึกในการรับใช้สังคม
-
เพื่อสนับสนุนการสร้างงานวิจัยและการบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาสังคม การสื่อสารสื่อดิจิตอลและมัลติมีเดีย วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ วารสารสนเทศและ สิ่งพิมพ์ออนไลน์ การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชน
-
ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าเท่านั้น อายุไม่เกิน 20 ปี นับตั้งแต่วันลงทะเบียนเรียน
-
ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
-
ในกรณีเป็นผู้สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือเทียบเท่า หรืออนุปริญญา ในสาขาวิชาที่มีความเกี่ยวโยงกับหลักสูตรนิเทศศาสตร์ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบ มหาวิทยาลัยเนชั่น ว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาบัณฑิต พ.ศ. 2552
-
การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง (Admissions) ผู้สนใจสมัครในระบบกลาง (Admissions) ดูหลักเกณฑ์ จำนวน รายละเอียดและวิธีการสมัครในประกาศการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง หรือ www.cuas.or.th
-
การรับตรงผู้เข้าศึกษา หลักสูตรที่เปิดรับศึกษาดู เงื่อนไข คุณสมบัติรายละเอียดได้ใน เว็บไซต์ของทางมหาวิทยาลัย
- การรับตรงผู้เข้าศึกษา “โครงการเดอะเนชั่นยูโปร (The Nation – U Pro)” เป็นโครงการมุ่งผลิตบัณฑิตเรียนดี และเก่งแบบมืออาชีพ โดยรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม และสนใจเข้าศึกษาในสาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยสนับสนุนทุนการศึกษาและค่าใช้จ่าย หลักสูตรที่เปิดรับศึกษา เงื่อนไข คุณสมบัติ สามารถดูได้ทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย
-
การจัดการศึกษาให้เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยเนชั่น ว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาบัณฑิต พ.ศ. 2552 (ภาคผนวก ข)
- การจัดการเรียนการสอนภาคฤดูร้อนให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2548
- ไม่มี
-
ภาคเรียนที่ 1 เดือนมิถุนายน - กันยายน
-
ภาคเรียนที่ 2 เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์
-
1. อาจารย์ประจำหลักสูตร

-
2. อาจารย์ผู้สอน

-
3. อาจารย์พิเศษ

- จากผลการประเมินความพึงพอใจจากผู้ใช้บัณฑิตและสถานประกอบการ มีความต้องการ ให้บัณฑิตมีประสบการณ์ในวิชาชีพอย่างลุ่มลึก ก่อนเข้าสู่การทำงานจริง ดังนั้นในหลักสูตรจึงมีรายวิชา การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา จำนวน 9 หน่วยกิต โดยแบ่งเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับสหกิจศึกษา 2 หน่วยกิต และการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาในสถานประกอบการ 7 หน่วยกิต ส่วนในกรณีที่นักศึกษา ที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์หรือมีเหตุที่ไม่สามารถไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษาได้ นักศึกษา สามารถเลือกเรียนรายวิชาการฝึกวิชาชีพนิเทศศาสตร์ 6 หน่วยกิต และเรียนวิชาเอกเลือกอื่นเพิ่มอีก 3 หน่วยกิตได้
- ข้อกำหนดในการทำวิจัย ต้องเป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้ความรู้ทางนิเทศศาสตร์ โดยมีจำนวนผู้ร่วมงานวิจัย 2-3 คน เพื่อพัฒนาภูมิปัญญาแล้วนำไปใช้ในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพอย่างมีคุณภาพเพื่อการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม หรือการบริการสังคม ผลงานที่เป็นสิ่งประดิษฐ์หรือข้อมูลที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ และรายงานที่ต้อง นำส่งตามรูปแบบและระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนดอย่างเคร่งครัด หรือเป็นงานวิจัยที่มุ่งเน้นการ สร้างผลงานวิจัยเพื่อพัฒนางานด้านนิเทศศาสตร์แล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจำวันและ การประกอบวิชาชีพได้
-
1. การพัฒนาคุณลักษณะพิเศษของนักศึกษา
-
มีคุณธรรม จริยธรรม ถ่อมตนและทำหน้าที่เป็น พลเมืองดี รับผิดชอบต่อตนเอง วิชาชีพและสังคม
-
มีความรู้พื้นฐานในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถประยุกต์ ได้อย่างเหมาะสมในการประกอบวิชาชีพ และศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา
-
มีความรู้ทันสมัย ใฝ่รู้ และมีความสามารถพัฒนา ความรู้ เพื่อพัฒนาตนเอง พัฒนางานและพัฒนาสังคม
-
คิดเป็น ทำเป็น และเลือกวิธีการแก้ปัญหาได้อย่าง เป็นระบบและเหมาะสม
-
มีความสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น มีทักษะการบริหารจัดการและทำงานเป็นหมู่คณะ
-
รู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและสามารถติดต่อ สื่อสารกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี
-
มีความสามารถในการใช้ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศในการสื่อสารและใช้เทคโนโลยีได้ดี
-
มีความสามารถวิเคราะห์ แก้ปัญหา พัฒนาผลงาน ที่ได้รับมอบหมายตามข้อกำหนดมาตรฐานผลการเรียนรู้ของสาขาวิชานิเทศศาสตร์
-
-
2. การพัฒนาผลการเรียนรู้ในกลุ่มมาตรฐานผลการเรียนรู้
- หมวดการศึกษาทั่วไป
-
ผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรม
- มีความซื่อสัตย์ สุจริตและประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม
- มีวินัย ตรงต่อเวลา และมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
- รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น มีความอื้ออาทรต่อผู้อื่นและสังคม
- มีความซื่อสัตย์ สุจริตและประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม
-
ผลการเรียนรู้ด้านความรู้
- มีความเข้าใจแนวคิด หลักการ ทฤษฎีด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และภาษาศาสตร์
- สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์และนำความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และภาษาศาสตร์ไปปรับใช้ในการศึกษาและใช้ในชีวิต ประจำวัน
- สามารถบูรณาการความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และภาษาศาสตร์ และนำไปเป็นเครื่องมือในการเรียนและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
- มีความเข้าใจแนวคิด หลักการ ทฤษฎีด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และภาษาศาสตร์
-
ผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา
- สามารถประยุกต์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และภาษาศาสตร์กับการแก้ปัญหา
- มีวิธีคิด สามารถสรุปแนวคิดและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีหลักการ และเหตุผล
- มีวิจารณญาณในการเลือก คิดอย่างมีวิจารณญาณและอย่างเป็นระบบ
- สามารถประยุกต์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และภาษาศาสตร์กับการแก้ปัญหา
-
ผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
- สามารถสื่อสารกับบุคคลอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสนทนาทั้ง ภาษาไทยและต่างประเทศได้
- สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและเคารพในความแตกต่างและ การปฏิบัติต่อ ผู้อื่นอย่างเป็นกลัยาณมิตร
- มีความรับผิดชอบในการทำงาน สามารถทำงานเป็นทีม และมีส่วนร่วมใน การกิจกรรม การเรียน การแสวงหาความรู้
- สามารถสื่อสารกับบุคคลอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสนทนาทั้ง ภาษาไทยและต่างประเทศได้
-
ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ
- สามารถนำเสนอผลงาน รายงาน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ คณิตศาสตร์ และสถิติพื้นฐาน
- สามารถใช้ภาษา เทคโนโลยีสารสนเทศ คณิตศาสตร์และสถิติพื้นฐานในการ สื่อสารการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
- สามารถค้นคว้าความรู้โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนำมาประยุกต์ ใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน
- สามารถนำเสนอผลงาน รายงาน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ คณิตศาสตร์ และสถิติพื้นฐาน
-
- กลุ่มวิชาชีพเฉพาะด้าน สาขาวิชานิเทศศาสตร์
-
การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม
- ผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรม
สามารถจัดการปัญหาทางคุณธรรม จริยธรรม และวิชาชีพโดยใช้ดุลยพินิจ ทางค่านิยม ความรู้สึกของผู้อื่น ค่านิยมพื้นฐาน และจรรยาบรรณวิชาชีพ แสดงออกซึ่งพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม และจริยธรรม อาทิ มีวินัย มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เป็นแบบอย่างที่ดี เข้าใจผู้อื่น และ เข้าใจโลก เป็นต้น
- ตระหนักในคุณค่า คุณธรรม จริยธรรม เสียสละ และซื่อสัตย์สุจริต ต่อตนเองและ สังคม
- เคารพกฎระเบียบ มีวินัย ตรงต่อเวลา และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง และสังคม
- เคารพในศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ของตนเองและผู้อื่น
- มีจรรยาบรรณทางวิชาการและวิชาชีพทางนิเทศศาสตร์
- ตระหนักในคุณค่า คุณธรรม จริยธรรม เสียสละ และซื่อสัตย์สุจริต ต่อตนเองและ สังคม
- กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม
กำหนดให้มีวัฒนธรรมองค์กรเพื่อเป็นการปลูกฝังให้นักศึกษามีระเบียบวินัยโดยเน้น การเข้าชั้นเรียนให้ตรงเวลาตลอดจนการแต่งกายที่เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยนักศึกษาต้องมี ความรับผิดชอบโดยในการทำงานกลุ่มนั้นต้องฝึกให้รู้หน้าที่ของการเป็นผู้นำกลุ่มและการเป็นสมาชิก กลุ่ม มีความซื่อสัตย์โดยต้องไม่กระทำการทุจริตในการสอบหรือลอกการบ้านและผลงานของผู้อื่น เป็นต้น นอกจากนี้อาจารย์ผู้สอนทุกคนต้องสอดแทรกเรื่องคุณธรรม จริยธรรมในการสอนทุกรายวิชา รู้จักเคารพทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น ตระหนักถึงผลกระทบของการถ่ายทอดความรู้ที่ไม่ถูกต้อง ที่มีผลต่อสังคม รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เช่น การยกย่องนักศึกษาที่ทำดี ทำประโยชน์แก่ส่วนรวม เสียสละ
-
กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม
- ประเมินจากการตรงเวลาของนักศึกษาในการเข้าชั้นเรียนการส่งงานตามกำหนด ระยะเวลาทีมอบหมาย และ การร่วมกิจกรรม
- ประเมินจากการมีวินัยและพร้อมเพรียงของนักศึกษาในการเข้าร่วมกิจกรรม เสริมหลักสูตร
- ประเมินจากการทุจริตในการสอบ
- ประเมินจากความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
- ผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรม
- ความรู้
-
ผลการเรียนรู้ด้านความรู้
- มีความรู้และความเข้าใจทางนิเทศศาสตร์และสามารถบูรณาการกับศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้
- สามารถติดตามวิวัฒนาการ ความก้าวหน้าทางวิชาการ และพัฒนาความรู้ทาง นิเทศศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
- มีความรู้ในการนำการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในงานนิเทศศาสตร์
- มีความรู้และความเข้าใจในสาระสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการทางนิเทศศาสตร์ ในด้านการวางแผน การปฏิบัติการ การควบคุมและกรประเมินผลการดำเนินงานรวมทั้งการปรับปรุง แผนงาน
- มีความรู้และความเข้าใจทางนิเทศศาสตร์และสามารถบูรณาการกับศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้
- กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านความรู้
ใช้การสอนในหลากหลายรูปแบบโดยเน้นหลักการทางทฤษฎีและประยุกต์ใช้ทาง ปฏิบัติในสภาพแวดล้อมจริงโดยทันต่อ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทั้งนี้ให้เป็นไปตามลักษณะของ รายวิชาตลอดจนเนื้อหาสาระของรายวิชานั้นๆ นอกจากนี้ควรจัดให้มีการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง โดยการศึกษาดูงานหรือเชิญผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงมาเป็นวิทยากรพิเศษเฉพาะเรื่องตลอดจน ฝึกปฏิบัติงานใน สถานประกอบการและการฝึกการถ่ายทอดความรู้ ให้แก่นักศึกษา
- กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านความรู้
ประเมินจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการปฏิบัติของนักศึกษา ในด้านต่างๆ คือ
- การทดสอบย่อย
- การสอบกลางภาคเรียนและปลายภาคเรียน
- ประเมินจากรายงานที่นักศึกษาจัดทำ
- ประเมินจากแผนธุรกิจหรือโครงการที่นำเสนอ
- ประเมินจากการนำเสนอรายงานในชั้นเรียน
- ประเมินจากรายงานของสถานประกอบการที่รับนักศึกษาไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพและผู้ประกอบการที่รับนักศึกษาไปฝึกงาน
- การทดสอบย่อย
-
ผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
- สามารถสื่อสารกับบุคคลอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสนทนาทั้ง ภาษาไทยและต่างประเทศได้
- สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและเคารพในความแตกต่างและ การปฏิบัติต่อ ผู้อื่นอย่างเป็นกลัยาณมิตร
- มีความรับผิดชอบในการทำงาน สามารถทำงานเป็นทีม และมีส่วนร่วมใน การกิจกรรม การเรียน การแสวงหาความรู้
-
ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ
- สามารถนำเสนอผลงาน รายงาน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ คณิตศาสตร์ และสถิติพื้นฐาน
- สามารถใช้ภาษา เทคโนโลยีสารสนเทศ คณิตศาสตร์และสถิติพื้นฐานในการ สื่อสารการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
- สามารถค้นคว้าความรู้โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนำมาประยุกต์ ใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน
-
-
ทักษะทางปัญญา
- ผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา
นักศึกษาต้องสามารถพัฒนาตนเองและจัดการเรียนรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้รวมทั้ง ประกอบวิชาชีพได้โดยพึ่งตนเองได้เมื่อจบการศึกษาแล้ว ดังนั้นนักศึกษาจำเป็นต้องได้รับการพัฒนา ทักษะทางปัญญาไปพร้อมกับคุณธรรม จริยธรรม และความรู้เกี่ยวกับสาขาวิชาที่ศึกษา ในขณะที่ สอนนักศึกษา อาจารย์ต้องเน้นให้นักศึกษาคิดหาเหตุผล เข้าใจที่มาและสาเหตุของปัญหา วิธีการแก้ ปัญหารวมทั้งแนวคิดด้วยตนเอง ไม่สอนในลักษณะท่องจำ นักศึกษาต้องมีคุณสมบัติต่างๆ จากการจัด การเรียนรู้เพื่อให้เกิดทักษะทางปัญญาดังนี้
- มีวิจารณญาณ วิเคราะห์ปัญหา การตีความ และสรุปประเด็นปัญหา อย่างเป็น ระบบ และเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขได้อย่างสร้างสรรค์
- สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทางการสื่อสารได้ด้วยตนเอง อย่างเหมาะสม
- มีวิจารณญาณ วิเคราะห์ปัญหา การตีความ และสรุปประเด็นปัญหา อย่างเป็น ระบบ และเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขได้อย่างสร้างสรรค์
-
กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา
- ใช้กรณีศึกษาทางการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาชีพมนุษยนิเวศศาสตร์
- การอภิปรายกลุ่ม
- ให้นักศึกษามีโอกาสปฏิบัติจริง
- ใช้กรณีศึกษาทางการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาชีพมนุษยนิเวศศาสตร์
- กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา
กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา สามารถทำได้โดยการออก ข้อสอบที่ให้นักศึกษาแก้ปัญหา อธิบายแนวคิดของการแก้ปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาโดยการประยุกต์ ความรู้ที่เรียนมา หลีกเลี่ยงข้อสอบที่เป็นการเลือกคำตอบที่ถูกมาคำตอบเดียว จากกลุ่มคำตอบที่ให้มา ไม่ควรมีคำถามเกี่ยวกับนิยามต่าง ๆ
- ผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา
-
ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
- ผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคลและความสามารถใน การรับผิดชอบ
นักศึกษาต้องออกไปประกอบอาชีพซึ่งส่วนใหญ่ต้องเกี่ยวข้องกับคนที่ไม่รู้จักมาก่อน คนที่ มาจากสถาบันอื่น ๆ และคนที่จะมาเป็นผู้บังคับบัญชา หรือคนที่จะมาอยู่ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งต้อง เป็นผู้บริหารจัดการธุรกิจได้ความสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับกลุ่มคนต่างๆ เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นอาจารย์ต้องสอดแทรกวิธีการที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้
- มีภาวะความเป็นทั้งผู้นำและผู้ตาม สามารถร่วมงานกับผู้อื่นได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ
- เคารพสิทธิและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมทั้งเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีของ ความเป็นมนุษย์
- มีภาวะความเป็นทั้งผู้นำและผู้ตาม สามารถร่วมงานกับผู้อื่นได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ
- กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
จัดการเรียนรู้ที่มีการกำหนดกิจกรรมให้มีการทำงานเป็นกลุ่มการทำงานที่ต้อง
ประสานงาน กับผู้อื่น ข้ามหลักสูตร หรือต้องค้นคว้าหาข้อมูลจากการสัมภาษณ์บุคคลอื่น หรือ ผู้มีประสบการณ์ โดยมีความคาดหวังในผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคล และ ความสามารถในการรับผิดชอบ ดังนี้- สามารถทำงานกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี
- มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
- สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และวัฒนธรรมองค์กรที่ไปปฏิบัติงานได้ เป็นอย่างดี
- มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงานในองค์กรและกับบุคคลทั่วไป
- มีภาวะผู้นำ
- สามารถทำงานกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี
- กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
ประเมินจากพฤติกรรมและการแสดงออกของนักศึกษาในการนำเสนอรายงานกลุ่ม ในชั้นเรียน และสังเกตจากพฤติกรรมที่แสดงออกในการร่วมกิจกรรมต่างๆ และความครบถ้วน ชัดเจนตรงประเด็นของข้อมูลที่ได้
- ผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคลและความสามารถใน การรับผิดชอบ
-
ทักษะการปฏิบัติการ การวิเคราะห์เชิงระบบ/ตัวเลข การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการปฏิบัติการ การวิเคราะห์เชิงระบบ/ตัวเลข การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
นักศึกษาต้องมีทักษะการปฏิบัติการและการวิเคราะห์เชิงระบบ ขั้นต่ำ ดังนี้- สามารถสื่อสารกับกลุ่มคนหลากหลาย อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
- สามารถประยุกต์ใช้เทคนิคทางสถิติ และหลักการให้เหตุผลที่เกี่ยวข้องอย่าง เหมาะสม
- สามารถใช้สารสนเทศและเทคโนโลยีในการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม
- กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการปฏิบัติการ การวิเคราะห์เชิงระบบ/ตัวเลข การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการปฏิบัติการและการ
วิเคราะห์เชิงระบบทำได้ในระหว่างการจัดการเรียนรู้ โดยให้นักศึกษาวิเคราะห์เนื้อหาการจัดการ เรียนรู้ เชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำระบบการปฏิบัติการตามขั้นตอนที่เหมาะสมแล้วให้นำเสนอแนวคิด อาจมีการวิเคราะห์ในเชิงวิชาการระหว่างอาจารย์และกลุ่มนักศึกษาก่อนลงมือฝึกทักษะ
-
กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะการปฏิบัติการ การวิเคราะห์ เชิงระบบ/ตัวเลข การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ประเมินจากผลงานสำเร็จ
- ประเมินผลจากการนำเสนอขั้นตอนการปฏิบัติงาน
- ประเมินผลจากความรับผิดชอบในการจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องใช้
- ประเมินจากความสามารถในการอธิบายชี้แจง เหตุผลของการปฏิบัติการตามแนวทางที่วางแผน
- ประเมินจากสุขอนามัยส่วนบุคคลและสุขลักษณะในการปฏิบัติงาน
- ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการปฏิบัติการ การวิเคราะห์เชิงระบบ/ตัวเลข การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
-
- หมวดการศึกษาทั่วไป
-
3. แผนที่แสดงการกระจายความรับผิดชอบผลการเรียนรู้สู่รายวิชา (Curriculum mapping) ผลการเรียนรู้ในแต่ละด้าน
-
คุณธรรม จริยธรรม
-
มีวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และสังคม
-
ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
-
มีภาวะความเป็นผู้นำ และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้อื่น
-
รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมทั้งเคารพในศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์
-
มีจรรยาบรรณทางวิชาการและวิชาชีพทางนิเทศศาสตร์
-
-
ความรู้
-
มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและทฤษฎีทางนิเทศศาสตร์และศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้อง
-
สามารถบูรณาการความรู้ทางนิเทศศาสตร์กับความรู้ในศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้
-
สามารถประยุกต์ความรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ
-
สามารถติดตามวิวัฒนาการ ความก้าวหน้าทางวิชาการและพัฒนาความรู้ทางนิเทศศาสตร์และศาสตร์อื่นๆที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนำไปประยุกต์ใช้ในงานนิเทศศาสตร์ได้
-
-
ทักษะทางปัญญา
-
มีวิจารณญาณหรือดุลยพินิจในการ วิเคราะห์ปัญหา การตีความ และสรุปประเด็นปัญหาอย่างเป็นระบบ และเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขได้อย่างสร้างสรรค์
-
มีความสามารถในการประยุกต์ความรู้ ความเข้าใจแนวคิด หลักการและทฤษฎีต่างๆ ในการปฏิบัติงานและการแก้ไขปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์
-
สามารถใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์์
-
-
-
4. ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
-
มีความสามารถในการทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งภาวะความเป็นทั้งผู้นำและผู้ตาม
-
มีความรับผิดชอบในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
-
มีความเคารพในสิทธิและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ความสามารถปรับตัวเข้าร่วมกิจกรรมและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์
-
สามารถให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ต่างๆได้
-
-
5. ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
-
สามารถสื่อสารกับกลุ่มคนหลากหลาย อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทั้งการพูด การฟัง การอ่าน การเขียน การสรุปประเด็น และการนำเสนอ
-
สามารถใช้รูปแบบการนำเสนอสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสถานการณ์
-
สามารถประยุกต์ใช้เทคนิคทางสถิติ หรือคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม
-
-
1. กฎระเบียบหรือหลักเกณฑ์ ในการให้ระดับคะแนน (เกรด)
- เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยเนชั่น ว่าด้วย การศึกษาขั้นปริญญาบัณฑิต พ.ศ. 2552
-
2. กระบวนการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา
- การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ขณะนักศึกษายังไม่สำเร็จการศึกษา
มีการกำหนดระบบการทวนสอบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักศึกษาเป็นส่วนหนึ่ง ของระบบการประกันคุณภาพภายในของสถาบันอุดมศึกษาที่จะต้องทำความเข้าใจตรงกันทั้งสถาบัน และ นำไปดำเนินการจนบรรลุผลสัมฤทธิ์ ซึ่งผู้ประเมินภายนอกจะต้องสามารถตรวจสอบได้
การทวนสอบในระดับรายวิชาควรให้นักศึกษาประเมินการเรียนการสอนในระดับรายวิชา มีคณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมของข้อสอบให้เป็นไปตามแผนการจัดการเรียนรู้มีการประเมิน ข้อสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก
การทวนสอบในระดับหลักสูตรสามารถทำได้โดยมีระบบประกันคุณภาพภายในสถาบัน อุดมศึกษาดำเนินการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้และรายงานผล
- การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้หลังจากนักศึกษาสำเร็จการศึกษา
การกำหนดกลวิธีการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ของนักศึกษา ควรเน้นการทำวิจัย สัมฤทธิ์ผลของการประกอบอาชีพของบัณฑิตที่ทำอย่างต่อเนื่องและนำผลวิจัยที่ได้ย้อนกลับมา ปรับปรุงกระบวนการการเรียนการสอนและหลักสูตรแบบครบวงจร รวมทั้ง การประเมินคุณภาพของ หลักสูตร และหน่วยงานโดยองค์กรระดับสากล โดยการวิจัยอาจจะดำเนินการ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
-
ภาวการณ์ได้งานทำของบัณฑิต ประเมินจากบัณฑิตแต่ละรุ่นที่จบการศึกษา ในด้านของระยะเวลาในการหางานทำ ความเห็นต่อความรู้ความสามารถ ความมั่นใจของบัณฑิตใน การประกอบ การงานอาชีพ
-
การตรวจสอบจากสถานประกอบการ โดยการขอเข้าสัมภาษณ์ หรือการส่ง แบบสอบถาม เพื่อประเมินความพึงพอใจในบัณฑิตที่จบการศึกษาและเข้าทำงานในสถานประกอบการ นั้นๆ ในระยะเวลาต่างๆ
-
การประเมินตำแหน่ง และหรือความก้าวหน้าในสายงานของบัณฑิต
-
การประเมินจากสถานประกอบการอื่น โดยการส่งแบบสอบถาม หรือ สอบถาม เมื่อมีโอกาสในระดับความพึงพอใจในด้านความรู้ ความพร้อม และสมบัติด้านอื่นๆ ของนักศึกษาที่ จะจบการศึกษาชั้นปริญญาตรีและเข้าศึกษาเพื่อปริญญาที่สูงขึ้นในสถานศึกษานั้นๆ
-
การประเมินจากบัณฑิตเก่า ที่ไปประกอบอาชีพ ในแง่ของความพร้อมและความรู้ จากสาขาวิชาที่เรียน รวมทั้งสาขาอื่นๆ ที่กำหนดในหลักสูตร ที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบอาชีพของ บัณฑิต รวมทั้งเปิดโอกาสให้เสนอข้อคิดเห็นในการปรับหลักสูตรให้ดียิ่งขึ้นด้วย
-
ความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ที่มาประเมินหลักสูตรหรือเป็นอาจารย์พิเศษ ต่อความพร้อมของนักศึกษาในการเรียนและคุณสมบัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้และ การพัฒนาองค์ความรู้ของนักศึกษา
- ผลงานของนักศึกษาที่วัดเป็นรูปธรรมได้ อาทิ จำนวนผลงานที่พัฒนาจาก รายวิชาที่สอนจำนวนรางวัลทางสังคมและวิชาชีพ จำนวนกิจกรรมการกุศลเพื่อสังคมและประเทศชาติ จำนวนกิจกรรมอาสาสมัครในองค์กรที่ทำประโยชน์ต่อสังคม และจำนวนการออกบริการวิชาการที่ นักศึกษาออกให้บริการแก่สังคม
-
- เกณฑ์การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร
-
นักศึกษาทีมีสิทธิ์ได้รับปริญญา ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ดังต่อไปนี้
-
เรียนครบหน่วยกิตและรายวิชาตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ในหลักสูตร
-
มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ไม่ต่ำกว่า 2.00 (จากระบบ 4 ระดับคะแนน)
-
ใช้เวลาการศึกษาไม่เกิน 2 เท่าของระยะเวลาการศึกษาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาการลาพักการศึกษา
-
ไม่มีพันธะด้านหนี้สินใดๆ กับมหาวิทยาลัย
-
มีเกียรติและศักดิ์ของนักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยเนชั่น
-
-
นักศึกษาที่มีสิทธิ์แสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษาต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังนี้
-
เป็นนักศึกษาภาคการศึกษาสุดท้ายที่ลงทะเบียนเรียนครบตามหลักสูตร
-
ผ่านกิจกรรมภาคบังคับตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
-
ให้นักศึกษาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุ ไว้ในข้อ 3.2.1 และ 3.2.2 ยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษาต่อสำนักงานทะเบียนและประเมินผล ภายในระยะ เวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด มิฉะนั้นอาจไม่ได้รับการพิจารณาเสนอชื่อต่อสภามหาวิทยาลัย เพื่ออนุมัติ ให้ปริญญาในภาคการศึกษานั้น
-
- การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ขณะนักศึกษายังไม่สำเร็จการศึกษา
-
1. การเตรียมการสำหรับอาจารย์ใหม่
-
-
มีการปฐมนิเทศแนะแนวการเป็นครูแก่อาจารย์ใหม่ให้มีความรู้และเข้าใจนโยบาย ของมหาวิทยาลัย/คณะตลอดจนในหลักสูตรที่สอน
-
ส่งเสริมอาจารย์ให้มีการเพิ่มพูนความรู้ สร้างเสริมประสบการณ์เพื่อส่งเสริมการสอน และ การวิจัยอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนด้านการศึกษาต่อ ฝึกอบรม ดูงานทางวิชาการและ วิชาชีพในองค์กรต่างๆการประชุมทางวิชาการทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศการนำเสนอผลงานวิจัย ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
-
-
2. การพัฒนาความรู้และทักษะให้แก่คณาจารย์
- การพัฒนาทักษะการจัดการเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล
-
ส่งเสริมอาจารย์ให้มีการเพิ่มพูนความรู้ สร้างเสริมประสบการณ์เพื่อส่งเสริม การสอนและการวิจัยอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนด้านการศึกษาต่อ ฝึกอบรม ดูงานทางวิชาการ และ วิชาชีพในองค์กรต่างๆ การประชุมทางวิชาการทั้งในประเทศ หรือต่างประเทศ
- การเพิ่มพูนทักษะการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผลให้ทันสมัย การนำเสนอผลงานวิจัยทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
-
- การพัฒนาวิชาการและวิชาชีพด้านอื่นๆ
-
การมีส่วนร่วมในกิจกรรมบริการวิชาการแก่ชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ความรู้และคุณธรรม
-
มีการกระตุ้นอาจารย์ทำผลงานทางวิชาการในสาขาวิชานิเทศศาสตร์
-
ส่งเสริมการทำวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่เป็นหลักและเพื่อพัฒนาการเรียน การสอนและมีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพ
-
- การพัฒนาทักษะการจัดการเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล
-
1. การบริหารหลักสูตร
-
มีอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรดำเนินการบริหารหลักสูตรดังนี้
-
มีคณะกรรมการประจำหลักสูตรเป็นผู้กำกับดูแลและคอยให้คำแนะนำตลอดจน แนวปฏิบัติ ให้แก่อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร
-
อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรวางแผนการจัดการเรียนการสอนร่วมกับผู้บริหารของ คณะและอาจารย์ผู้สอน ติดตามและรวบรวมข้อมูล สำหรับใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร โดยกระทำ ทุกปีอย่างต่อเนื่อง
-
มีการประเมินความพึงพอใจของหลักสูตรและการเรียนการสอน โดยบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา
-
ก่อนเปิดภาคเรียนมีการเตรียมการสอน เอกสารประกอบการสอน สื่อการสอนตรวจสอบ ความพร้อมของห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์ที่ต้องใช้
-
-
2. การบริหารทรัพยากรการเรียนการสอน
-
-
การบริหารงบประมาณ
ได้จากงบประมาณรายได้จากค่าลงทะเบียนนักศึกษาและงบประมาณสมทบจากรายได้ อื่น ทั้งนี้ได้จัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายตามความจำเป็น
-
ทรัพยากรการเรียนการสอนที่มีอยู่เดิม
- สถานที่และอุปกรณ์การสอน
สถานที่การสอน การปฏิบัติการ ใช้สถานที่ของหลักสูตรนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น และ คณะวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ ห้องปฏิบัติการภาษา คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี ทั้งนี้สามารถนำเสนอรายการ อุปกรณ์
- สถานที่และอุปกรณ์การสอน
สถานที่การสอน การปฏิบัติการ ใช้สถานที่ของหลักสูตรนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น และ คณะวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ ห้องปฏิบัติการภาษา คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี ทั้งนี้สามารถนำเสนอรายการอุปกรณ์
- การจัดหาทรัพยากรการเรียนการสอนเพิ่มเติม
สิ่งสนับสนุนการเรียนการสอนที่สำคัญของหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต ได้แก่ เครื่องมือ อุปกรณ์ ห้องปฏิบัติการ และแหล่งฝึกพัฒนาประสบการณ์วิชาชีพทั้งนี้วิชาชีพนิเทศศาสตร์เป็น หลักสูตรที่ต้องเตรียมความพร้อมให้แก่บัณฑิตให้สามารถปฏิบัติงานวิชาชีพด้านนิเทศศาสตร์และวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสามารถนำความรู้เหล่านั้นไปใช้ถ่ายทอดการจัดการเรียนรู้ได้จริง จึงมี ความจำเป็น ที่นักศึกษาต้องมีประสบการณ์ การใช้งานเครื่องมือ อุปกรณ์ ให้เกิดความเข้าใจหลักการ วิธีการใช้งานที่ถูกต้อง และมีทักษะในการใช้งานจริง รวมทั้งสื่อประกอบการสอนที่จัดเตรียมโดยผู้สอน ดังนั้นผู้สอนจึงต้องจัดหาทรัพยากรเพื่อจัดการเรียนการสอน ดังนี้
-
มีห้องเรียนที่มีสื่อการสอนและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพการใช้งานเอื้อให้คณาจารย์สามารถปฏิบัติงานสอนได้อย่างมีประสิทธิผล
-
มีห้องปฏิบัติการที่มีความพร้อมทั้งวัสดุอุปกรณ์ ที่สอดคล้องกับสาขาวิชาที่ เปิดสอนอย่างพอเพียงต่อการเรียนการสอนรวมถึงแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพจากเครือเนชั่นกรุ๊ป โดยมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
-
มีเจ้าหน้าที่สนับสนุน ดูแลสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบ การสอนที่พร้อมใช้ปฏิบัติงาน
-
มีห้องสมุดหรือแหล่งความรู้และสิ่งอำนวยความสะดวกในการสืบค้นความรู้ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนมีหนังสือ ตำราและวารสารในสาขาวิชาที่เปิดสอน ทั้งภาษาไทย และ ภาษาต่างประเทศที่เกี่ยวข้องในจำนวนที่เหมาะสม
-
มีเครื่องมืออุปกรณ์ประกอบการเรียนวิชาปฏิบัติการระหว่างการเรียน การสอนในวิชาปฏิบัติการต่อจำนวนนักศึกษาในอย่างเพียงพอ
-
มีเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบการเรียนวิชาปฏิบัติการระหว่างการเรียน การสอนในวิชาปฏิบัติการต่อจำนวนนักศึกษาในอย่างเพียงพอ
-
มีห้องปฏิบัติการเปิดให้บริการแก่นักศึกษานอกเวลาเรียนให้สามารถเข้าใช้ ได้ทุกวันโดยมีปริมาณจำนวนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เหมาะสม
-
- สถานที่และอุปกรณ์การสอน
-
การสนับสนุนและการให้คำแนะนำ นักศึกษา
-
การให้คำปรึกษาด้านวิชาการ และอื่นๆ แก่นักศึกษา
มีการแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาทางวิชาการและนักพัฒนานักศึกษาให้แก่นักศึกษาทุกคน โดยนักศึกษาที่มีปัญหาในการเรียนสามารถปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาได้ โดยอาจารย์ ทุกคนจะ ต้องทำหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษาให้แก่นักศึกษาและทุกคน ต้องกำหนดชั่วโมงว่า (Office Hours) เพื่อให้นักศึกษาเข้าปรึกษาได้ นอกจากนี้สำนักพัฒนาศักยภาพนักศึกษายังทำหน้าที่เป็นหน่วยงาน กลางในการ ให้คำปรึกษากิจกรรม ตลอดจนแนะนำในการจัดทำกิจกรรม แก่นักศึกษาอีกด้วย -
การอุทธรณ์ของนักศึกษา กรณีที่นักศึกษามีความสงสัยเกี่ยวกับผลการประเมินในรายวิชาใดสามารถที่จะยื่นคำร้องขอดูกระดาษคำตอบในการสอบตลอดจนดูคะแนนและวิธีการประเมินของอาจารย์ในแต่ละรายวิชาได้
-
-
4.1 ปรัชญาหลักสูตร
4.2 วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
ศูนย์เนชั่นทาวเวอร์ กรุงเทพฯ
ลำปาง
1. ระบบ
2. การจัดการศึกษาภาคฤดูร้อน
3. การเทียบเคียงหน่วยกิตในระบบทวิภาค
| หมวดวิชาศึกษาทั่วไป 33 หน่วยกิต ประกอบด้วย | ||
| กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 12 หน่วยกิต | ||
| รหัส | ชื่อวิชา | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
| ECON 100 | เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น (Principle of Economics ) |
3 (3-0-6) |
| LAWS 100 | ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย (Principle of Law) |
3 (3-0-6) |
| PSYC 101 | จิตวิทยาและการพัฒนาบุคลิกภาพ (Psychology and Personality Development) |
3 (3-0-6) |
| SOCI 103 | สังคมและวัฒนธรรมไทย (Thai Society and Culture ) |
3 (3-0-6) |
| กลุ่มวิชาภาษา 12 หน่วยกิต | ||
| THAI 101 | การใช้ภาษาไทย (Thai Language Usage) |
3 (2-3-6) |
| ENGL 101 | ภาษาอังกฤษขั้นต้น (Beginning English) |
3 (2-3-6) |
| ENGL 102 | ภาษาอังกฤษขั้นกลาง (Intermediate English ) |
3 (2-3-6) |
| ENGL 201 | ภาษาอังกฤษขั้นสูง (Advanced English) |
3 (2-3-6) |
| กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ 6 หน่วยกิต | ||
| MATH100 | คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน (Mathematics in Daily Life) |
3 (3-0-6) |
| COMP 100 | เทคโนโลยีสารสนเทศและการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น (Introduction to Information Technology and Information Retrieval) |
3 (2-2-5) |
| กลุ่มวิชาพลานามัย ให้เรียนไม่น้อยกว่า 3 หน่วยกิต | ||
| PEHR 100 | วิทยาการการออกกำลังกาย (Physical Education) |
3 (2-2-5) |
| กลุ่มวิชาแกนนิเทศศาสตร์ ให้เรียนรายวิชาดังต่อไปนี้ จำนวน 36 หน่วยกิต | ||
| รหัส | ชื่อวิชา | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
| ACCT 101 | การบัญชีขั้นต้น (Principles of Accounting) |
3 (3-0-6) |
| ACCT 313 | การบัญชีบริหาร (Managerial Accounting) |
3 (3-0-6) |
| BLAW 101 | กฎหมายธุรกิจ (Business Law) |
3 (3-0-6) |
| BUSI 201 | การเงินธุรกิจ (Business Finance) |
3 (3-0-6) |
| BUSI 303 | การภาษีอากร (Taxation) |
3 (3-0-6) |
| BUSI 304 | วิธีการวิจัยธุรกิจ (Research Methods in Business) |
3 (3-0-6) |
| BUSI 305 | การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) |
3 (3-0-6) |
| BUSI 306 | การวิเคราะห์เชิงปริมาณทางธุรกิจ (Quantitative Analysis in Business) |
3 (3-0-6) |
| BUSI 307 | จริยธรรมทางธุรกิจ (Business Ethics) |
3 (3-0-6) |
| BUSI 308 | ผู้ประกอบการธุรกิจใหม่ (New Entrepreneurship) |
3 (3-0-6) |
| CPIS 101 | เทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น (Introduction to Information Technology) |
3 (2-2-5) |
| ECON 105 | เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ (Business Economics) |
3 (3-0-6) |
| MGMT 201 | หลักการจัดการ (Principles of Management) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 201 | หลักการตลาด (Principles of Marketing) |
3 (3-0-6) |
| STAT 103 | สถิติธุรกิจเบื้องต้น (Fundamental Business Statistics) |
3 (3-0-6) |
| กลุ่มวิชาเอก เลือกเรียนจากรายวิชาในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว จำนวน 33 หน่วยกิต | ||
| กลุ่มที่ 1 กลุ่มวิชาการตลาด (Marketing) | ||
| รหัส | ชื่อวิชา | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
| ESMT 422 | การจัดการห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ (Logistics and Supply Chain Management) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 211 | พฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 212 | การบริหารการขาย (Sales Management) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 311 | การบริหารผลิตภัณฑ์และราคา (Product and Price Management) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 312 | การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ (Integrated Marketing Communication) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 313 | การบริหารการตลาด (Marketing Management) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 314 | การบริหารตราสินค้า (Brand Management) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 315 | การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 321 | ศิลปการขาย (Salesmanship) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 322 | การบริหารการค้าปลีกและค้าส่ง (Retailing and Wholesaling Management) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 323 | การตลาดบริการ (Service Marketing) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 324 | การตลาดทางตรง (Direct Marketing) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 411 | สัมมนาการตลาด (Seminar in Marketing) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 412 | หัวข้อพิเศษทางวิชาชีพ (Current Issues in Entrepreneurship) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 421 | การวิจัยตลาด (Marketing Research) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 422 | หัวข้อพิเศษทางการตลาด (Current Issues in Marketing) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 499 | การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา (Cooperative Education) |
9 (2-40-0) |
| BUSI 311 | การฝึกงาน (Practicum) |
0 (1-40-0) |
| กลุ่มวิชาเอก เลือกเรียนจากรายวิชาในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว จำนวน 33 หน่วยกิต | ||
| กลุ่มที่ 2 กลุ่มวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) | ||
| รหัส | ชื่อวิชา | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
| HRMT 311 | การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 312 | พฤติกรรมองค์การและการจัดการ (Organizational Behavior and Management) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 313 | พฤติกรรมบุคคลและการสื่อสารในองค์การ (Human Behavior and Organization Communication ) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 314 | การสรรหาและการคัดเลือกทรัพยากรมนุษย์ (Recruitment and Selection) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 315 | การบริหารค่าตอบแทน (Compensation Management) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 316 | การฝึกอบรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Training and Human Resource Development) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 411 | การจัดการผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 412 | แรงงานสัมพันธ์ (Labor Relation) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 413 | การวิเคราะห์งานและการจำแนกตำแหน่งงาน (Job Analysis and Position Classification) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 414 | สัมมนาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Seminar in Human Resource Management) |
3 (3-0-6) |
| HRMT421 | การวิจัยงานบุคคล (Research in Personnel) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 422 | การวางแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Strategic Human Resource Management Planning) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 423 | การสร้างทีมงานและการบริหารทีมงาน (Team Development and Management) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 424 | หัวข้อพิเศษทางการจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Current Issues in Human Resource Management) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 425 | องค์กรแห่งการเรียนรู้และการบริหารความรู้ (Learning Organization and Knowledge Management) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 426 | ปัญหาในการจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Problem in Human Resource Management) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 499 | การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา (Cooperative Education) |
9 (2-40-0) |
| BUSI 311 | การฝึกงาน (Practicum) |
0 (1-40-0) |
| กลุ่มวิชาเอก เลือกเรียนจากรายวิชาในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว จำนวน 33 หน่วยกิต | ||
| กลุ่มที่ 3 กลุ่มวิชาการประกอบการ (Entrepreneurship) | ||
| รหัส | ชื่อวิชา | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
| ESMT 311 | การจัดการธุรกิจครอบครัว (Family Business Management) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 312 | การจัดการธุรกิจในภาวะเจริญเติบโต (Managing Growth in Business) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 313 | ทักษะและพฤติกรรมผู้ประกอบการ (Skills and Behavior of the Entrepreneur) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 314 | การจัดการธุรกิจขนาดย่อม (Small Business Management) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 315 | การจัดการการเงินเพื่อการประกอบการ (Entrepreneurial Finance) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 316 | นวัตกรรมและการบริหารความเปลี่ยนแปลง (Innovation and Change Management) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 411 | การตลาดสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ (Marketing for Entrepreneur) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 414 | สัมมนาการประกอบการธุรกิจขนาดย่อม (Seminar in Entrepreneurship) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 421 | ประสบการณ์ประกอบการธุรกิจ (Living the Entrepreneurial Experience) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 422 | การจัดการห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ (Logistics and Supply Chain Management) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 423 | การเริ่มต้นธุรกิจ 3 (New Business Venture) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 424 | การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การ (Organization Change and Organizational Development) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 425 | การเลือกใช้รูปแบบโครงสร้างเพื่อการขยายตัวอย่างทันการของธุรกิจ (Exploiting Rapid Growth Opportunities) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 426 | หัวข้อพิเศษทางการประกอบการ (Current Issues in Entrepreneurship ) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 427 | การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Management) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 428 | การบริหารความขัดแย้งและการเจรจาต่อรอง (Conflict Management and Negotiation) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 499 | การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา (Cooperative Education) |
9 (2-40-0) |
| BUSI 311 | การฝึกงาน (Practicum) |
0 (1-40-0) |
| กลุ่มวิชาเอก เลือกเรียนจากรายวิชาในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว จำนวน 33 หน่วยกิต | ||
| กลุ่มที่ 4 กลุ่มวิชาการบริหารการค้าและอุตสาหกรรม (Commercial and Industrial Management) | ||
| รหัส | ชื่อวิชา | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
| CIMT 311 | การจัดการการผลิตและปฏิบัติการ (Production and Operation Management) |
3 (3-0-6) |
| CIMT 312 | การบริหารโครงการ (Project Management) |
3 (3-0-6) |
| CIMT 411 | การบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) |
3 (3-0-6) |
| CIMT 412 | หัวข้อพิเศษทางการค้าและอุตสาหกรรม (Current Issues in Commercial and Industrial Management) |
3 (3-0-6) |
| CIMT 413 | การบริหารธุรกิจสมัยใหม่ (Modern Business Management) |
3 (3-0-6) |
| CIMT 414 | สัมมนาการบริหารการค้าและอุตสาหกรรม (Seminar in Commercial and Industrial Management) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 314 | การจัดการธุรกิจขนาดย่อม (Small Business Management) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 316 | นวัตกรรมและการบริหารความเปลี่ยนแปลง (Innovation and Change Management) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 424 | การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การ (Organization Change and Organizational Development) |
3 (3-0-6) |
| ESMT 428 | การบริหารความขัดแย้งและการเจรจาต่อรอง (Conflict Management and Negotiation) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 311 | การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 312 | พฤติกรรมองค์การและการจัดการ (Organizational Behavior and Management) |
3 (3-0-6) |
| HRMT 412 | แรงงานสัมพันธ์ (Labor Relation) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 211 | พฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 312 | การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ (Integrated Marketing Communication) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 313 | การบริหารการตลาด (Marketing Management) |
3 (3-0-6) |
| MKTG 323 | การตลาดบริการ (Service Marketing) |
9 (2-40-0) |
| CIMT 499 | การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา (Co-operative Education) |
0 (1-40-0) |
| หรือ | ||
| BUSI 311 | การฝึกงาน (Practicum) |
0 (1-40-0) |
| ENGL 307 | การสนทนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ (English Conversation for Business Communication) |
3 (3-0-6) |
| กลุ่มวิชาเอก เลือกเรียนจากรายวิชาในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว จำนวน 33 หน่วยกิต | ||
| กลุ่มที่ 5 กลุ่มวิชาการบริหารจัดการธุรกิจความงามและสุขภาพ (Aesthetic and Health Business Management) | ||
| รหัส | ชื่อวิชา | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
| AHMT 211 | ธุรกิจความงามและสุขภาพ (Aesthetic and Health Business) |
3 (3-0-6) |
| AHMT 212 | พฤติกรรมองค์กรและผู้บริโภคในธุรกิจความงามและสุขภาพ (Organization and Consumer Behavior in Aesthetic and Health Business) |
3 (3-0-6) |
| AHMT 213 | บุคลิกภาพ และจิตวิทยาสำหรับการบริการความงาม และสุขภาพ (Personality and Psychology for Beauty Service and Health) |
3 (3-0-6) |
| AHMT 311 | การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สำหรับธุรกิจความงามและสุขภาพ (Human Resource Development in Aesthetic and Health Business) |
3 (3-0-6) |
| AHMT 312 | การตลาดสำหรับธุรกิจความงามและสุขภาพ (Aesthetic and Health Business Marketing) |
3 (3-0-6) |
| AHMT 313 | การแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านล้านนาเพื่อความงามและสุขภาพ (Thai Traditional and Lanna Medicine for Aesthetic and Health) |
3 (3-0-6) |
| AHMT 314 | เครื่องมือสำหรับธุรกิจความงามและสุขภาพ (Instrument for Aesthetic and Health) |
3 (3-0-6) |
| AHMT 315 | กฎหมายและจริยธรรมในธุรกิจความงามและสุขภาพ (Law and Ethic in Aesthetic and Health Business) |
3 (3-0-6) |
| AHMT 316 | การจัดการธุรกิจสปาและสถานเสริมความงาม (Spa and Beauty Salon Management) |
3 (3-0-6) |
| AHMT 411 | การจัดการธุรกิจเครื่องสำอาง (Cosmetic Business Management) |
3 (3-0-6) |
| AHMT 412 | ปัญหาพิเศษทางการจัดการธุรกิจความงามและสุขภาพ (Special Problems in Aesthetic and Health Business) |
3 (3-0-6) |
| AHMT 413 | สัมมนาการจัดการธุรกิจความงามและสุขภาพ (Seminar in Aesthetic and Health Business Management) |
3 (3-0-6) |
| AHMT 499 | การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา (Co-operative Education) |
9 (2-40-0) |
| ENGL 307 | การสนทนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ (English Conversation for Business Communication) |
3 (3-0-6) |
| กลุ่มวิชาโท 15 หน่วยกิต | ||
| ให้เลือกจากรายวิชาในสาขาวิชาอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยหรือกลุ่มที่แตกต่างจากกลุ่มวิชาเอกในคณะบริหารธุรกิจอีกจำนวน 15 หน่วยกิต | ||
| หมวดวิชาเลือกเสรี 9 หน่วยกิต | ||
| หมายเหตุ เฉพาะกลุ่มวิชาที่ 5 ต้องลงทะเบียนเรียนวิชาการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา | ||
(ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
||
| ECON 100 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น (Principles of Economics) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาถึงแนวคิดและหลักการทางเศรษฐศาสตร์ความสำคัญและประโยชน์ของวิชาเศรษฐ - ศาสตร์ ในชีวิตประจำวัน อุปสงค์ อุปทานของสินค้า พฤติกรรมผู้บริโภค และผู้ผลิต โครงสร้างตลาด ในระบบเศรษฐกิจ นโยบายหลักทางเศรษฐกิจทางด้านการเงิน การคลัง และการค้า การกำหนด รายได้ประชาชาติ และการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ |
||
| LAWS 100 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย (Principles of Laws) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาประวัติและวิวัฒนาการของกฎหมาย ความหมาย ลักษณะและประเภทของ กฎหมาย สิทธิ หน้าที่ การบังคับใช้และการตีความกฎหมาย หลักกฎหมายทั่วไปตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายรัฐธรรมนูญ |
||
| PSYC 101 จิตวิทยาและการพัฒนาบุคลิกภาพ (Psychology and Personality Development) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาความเป็นมาของวิชาจิตวิทยา แนวคิดในการศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ การสัมผัส การรับรู้ อารมณ์ แรงจูงใจ การจำ การคิด การตัดสินใจ บุคลิกภาพ การปรับตัวการสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคล การพัฒนาบุคลิกภาพเพื่อการยอมรับอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อพฤติกรรม ตลอดจนการเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม และการนำเอาจิตวิทยามาประยุกต์ใช้ให้ เกิดประโยชน์ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน | ||
| SOCI 103 สังคมและวัฒนธรรมไทย (Thai Society and Culture) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาลักษณะพื้นฐาน ความเป็นมา และลักษณะอารยธรรมของสังคมไทยในภาค เหนือ การผสมผสานทางชาติพันธุ์ และวัฒนธรรม การกล่อมเกลาทางสังคม การควบคุมสังคม ตลอดจนพัฒนาการของโครงสร้าง หน้าที่ และการเปลี่ยนแปลงของสังคม กระบวนการทางการเมือง และการปกครอง สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม สถานการณ์ปัจจุบันและ แนวโน้มในอนาคตได้ | ||
| ENGL 101 ภาษาอังกฤษขั้นต้น (Beginning English) |
3 (2-3-6) | |
| ศึกษาโครงสร้างและรูปแบบประโยคพื้นฐานในภาษาอังกฤษและการฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน โดยเน้นความรู้ ความเข้าใจหลักไวยากรณ์ เพื่อเป็นพื้นฐานการนำมาใช้ และเขียนให้ ถูกต้องสำหรับการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน การเขียนประโยคสั้น ๆ | ||
| ENGL 102 ภาษาอังกฤษขั้นกลาง (Intermediate English) |
3 (2-3-6) | |
| วิชาบังคับก่อน ภาษาอังกฤษขั้นต้น (ENGL 101) | ||
| ศึกษาโครงสร้างประโยคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเน้นการฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน และไวยากรณ์ในระดับสูงขึ้น ฝึกการฟังเพื่อจับใจความสำคัญ และรายละเอียดที่สำคัญ เพื่อความสามารถในการฟัง พูด อ่าน และเขียนอย่างถูกต้อง | ||
| ENGL 201 ภาษาอังกฤษขั้นสูง (Advanced English) |
3 (2-3-6) | |
| วิชาบังคับก่อน ภาษาอังกฤษขั้นกลาง (ENGL 102) | ||
| ศึกษาการใช้ประโยค และฝึกการใช้ทักษะบูรณาการเพื่อการสื่อสารในสถานการณ์ ต่าง ๆ เรียนรู้สำนวนที่ถูกต้องในการสนทนา และการเขียน เช่น การสัมภาษณ์เพื่อเข้าทำงาน การเล่าเรื่องสั้น ๆ โดยการฝึกสนทนากลุ่มย่อย และการเขียนรูปแบบต่าง ๆ | ||
| THAI 101 การใช้ภาษาไทย (Thai Language Usage) |
3 (2-3-6) | |
| ศึกษาการใช้ภาษาไทย และการฝึกทักษะด้านต่างๆ ทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และ การเขียนประเภทต่างๆ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ กระบวนความพรรณนา กระบวนความเชิงอธิบาย ตลอดจนพัฒนาทักษะการวิพากษ์และการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ | ||
| COMP 100 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น (Introduction to Information Technology and Information Retrieval) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ ระบบ -เครือข่าย การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ต ระบบจัดเก็บและสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ การนำสารสนเทศ มาใช้อาทิ การสืบค้นสารสนเทศ การใช้โปรแกรมนำเสนอสารสนเทศการใช้โปรแกรมกระดาษทำการ | ||
| MATH 100 คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน (Mathematics in Daily Life) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาระบบจำนวนจริง เซต ความสัมพันธ์เชิงฟังก์ชัน การจำลองแบบทางคณิต -ศาสตร์ เมทริกซ์ การเทียบบัญญัติไตรยางศ์ ตรรกศาสตร์เบื้องต้น และการประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจำวัน ระเบียบ วิธีทางสถิติ การรวบรวมและการนำเสนอข้อมูล การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง และการวัดการกระจายข้อมูล | ||
| PEHR 100 วิทยาการการออกกำลังกาย (Physical Education) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาโครงสร้างและระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อนำหลักการและวิธีการไป ประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพ และสามารถนำกิจกรรมกีฬาอย่างน้อย 1 ชนิดกีฬาเป็นสื่อในการออก -กำลังกายให้เกิดภาวะสุขภาพและคุณภาพ ชีวิตที่ดี | ||
| วิชาแกน | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
|
| COMM 101 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสาร (Introduction to Communication Arts) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาความหมาย ความสำคัญ วิวัฒนาการ องค์ประกอบ ปัจจัยที่สนับสนุนหรือ สกัดกั้นประสิทธิภาพของการสื่อสารรูปแบบต่างๆ ประเภทอิทธิพล ตลอดจนผลที่เกิดขึ้นของการ สื่อสารทั้งการสื่อสารระหว่างบุคค กลุ่มบุคคลและการสื่อสารมวลชน แนวความคิดและหลักเกณฑ์ ที่ทำให้กระบวนการสื่อสารดำเนินไปอย่างมีประสิทธิผล ความรับผิดชอบสื่อมวลชนต่อสังคม และ ประโยชน์การสื่อสารต่อการพัฒนาประเทศ |
||
| COMM 102 จิตวิทยาการสื่อสารและพฤติกรรมผู้รับสาร (Communication Psychology and Receiver's Behavior) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาหลัก ทฤษฎี และการประยุกต์ใช้ความรู้ทางจิตวิทยา พฤติกรรมทางสังคมของ บุคคลและกลุ่มเกี่ยวกับการรับรู้ การเรียนรู้ มนุษยสัมพันธ์และบุคลิกภาพ การจูงใจในการทำงาน จิตวิทยาการนำและการทำงานเป็นทีม กระบวนการและพฤติกรรมการสื่อสาร การประยุกต์ใช้หลัก จิตวิทยาในการสื่อสาร ปัจจัยที่ส่งผลถึงพฤติกรรมการรับสารในลักษณะต่างๆ การเปลี่ยนทัศนคติ การเปลี่ยนพฤติกรรม และการเข้าถึงผู้รับสาร | ||
| COMM 103 หลักและทฤษฎีการสื่อสารมวลชน (Principles and Theory of Mass Communication) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาความหมาย วิวัฒนาการ ความสำคัญ องค์ประกอบ ตลอดจนบทบาท หน้าที่ และอิทธิพลของการสื่อสารมวลชน องค์กรด้านการสื่อสารมวลชน โครงสร้างและระบบการบริหาร สื่อสารมวลชน ลักษณะของการสื่อสารมวลชนประเภทต่างๆ รวมถึงทฤษฎีและแนวความคิดทางการ สื่อสารและการสื่อสารมวลชน ทั้งในด้านจิตวิทยาและสังคมวิทยาที่มีผลกระทบต่อบุคคลและสังคม | ||
| COMM 201 การถ่ายภาพและภาพยนตร์ (Introduction to Photography and Cinematography) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการ ทฤษฎี และฝึกปฏิบัติการถ่ายภาพและภาพยนตร์เพื่อการสื่อสาร โดยให้มีความรู้ความเข้าใจและทักษะในการใช้อุปกรณ์ต่างๆทุกระบบรวมถึงวิธีการถ่ายภาพในลักษณะ ต่างๆ การล้างฟิล์ม การอัดภาพ การขยายภาพ การถ่ายทำและการตัดต่อภาพยนตร์ | ||
| COMM 202 การวิเคราะห์สถานการณ์และการรายงานข่าวเบื้องต้น (Introduction to News Reporting and Analysis) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการวิเคราะห์สถานการณ์ และภูมิหลังของปัญหาในประเทศและระหว่าง ประเทศ และการฝึกปฏิบัติวิเคราะห์สถานการณ์และการนำเสนอของสื่อมวลชน รวมถึงหลักและ ทฤษฎี องค์ประกอบ และเทคนิคการเขียนข่าวรูปแบบต่างๆ สำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และการเขียนข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์ การลำดับความคิดที่แสดงออกโดยการเขียน การใช้คำและภาษาที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพโดยเน้นการฝึกปฏิบัติ |
||
| COMM 203 บุคลิกภาพและทักษะการสื่อสาร (Personality and Communication Skill) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการ ทฤษฎี และฝึกทักษะการคิดและการสื่อสารในลักษณะต่างๆทั้งด้าน การฟัง การอ่าน การพูด และการเขียนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการติดต่อประสานงาน การนำเสนอ การดำเนินรายการวิทยุและโทรทัศน์ และการอภิปราย รวมถึงศึกษาการพัฒนาบุคลิกภาพทั้งภายใน และภายนอก บุคลิกภาพผู้นำในงานนิเทศศาสตร์ การแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ทั้งด้านการพูด กริยา และท่าทาง การวางตนและการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ ทั้งด้านการปฏิสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลและการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะชน |
||
| COMM 204 ความคิดเชิงวิพากษ์และความคิดสร้างสรรค์ (Critical Thinking and Creative Thinking) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมายและกระบวนการของความคิดเชิงวิพากษ์ และความคิดสร้างสรรค์ ฝึกฝนทักษะให้นักศึกษาให้เป็นผู้มีความคิดเชิงวิพากษ์และมีความคิดสร้างสรรค์ การวินัจฉัยข้ออ้าง และข้อสมมติ และการศึกษาแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบต่างๆ | ||
| COMM 205 คอมพิวเตอร์เพื่องานนิเทศศาสตร์ (Computer for Media Production) |
3 (2-2-5) | |
| วิชาบังคับก่อน เคยเรียน เทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น (COMP 100) | ||
| ศึกษาแนวคิดในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่องานนิเทศศาสตร์ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อการออกแบบกราฟฟิก การออกแบบจัดหน้าสิ่งพิมพ์ การตกแต่งภาพ และการนำเสนองาน เช่น Microsoft PowerPoint, Adobe PageMaker, Adobe Illustrator และ Adobe PhotoShop | ||
| COMM 206 กฎหมายและจริยธรรมในงานนิเทศศาสตร์ (Laws and Ethics for Communication Arts) |
3 (3-0-6) | |
| วิชาบังคับก่อน ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย (LAW 100) | ||
| ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานด้านนิเทศศาสตร์ เช่น กฎหมายธุรกิจ และการ โฆษณา พระราชบัญญัติการพิมพ์ พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่น ความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การหมิ่นประมาท รวมถึงสิทธิและเสรีภาพของการแสดงความคิดเห็น และการแสดงออก ขอบเขตของสิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ และ ความรับผิดชอบของนักนิเทศศาสตร์อันพึงมีต่อสังคม | ||
| COMM 207 หลักการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย (Principle of New Media and Multimedia) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาความหมาย ความสำคัญ แนวคิด ทฤษฎี องค์ประกอบ โครงสร้าง คุณลักษณะ กระบวนการ และวิวัฒนาการของการสื่อสารสมัยใหม่และมัลติมีเดีย อิทธิพลที่มีต่อบุคคลและสังคม การนำไปใช้เพื่อการสื่อสารและการพัฒนางานด้านนิเทศศาสตร์ | ||
| ENCA 201 ภาษาอังกฤษสำหรับนักนิเทศศาสตร์ (English for Mass Communication) |
3 (1-4-4) | |
| วิชาบังคับก่อน ภาษาอังกฤษขั้นสูง (ENGL 201) | ||
| ฝึกฝนทักษะในการฟัง พูด อ่าน เขียน แปล ตลอดจนศึกษาคำศัพท์และสำนวนภาษา อังกฤษ ที่ใช้สำหรับการทำงานด้านนิเทศศาสตร์ โดยผ่านสื่อประเภทต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร รายการวิทยุ และรายการโทรทัศน์ ตลอดจนฝึกการสนทนา เพื่อให้นักศึกษาสามารถสื่อสาร และแสดงความคิดเห็น ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงานด้านนิเทศศาสตร์ | ||
| MKTG 312 การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ (Integrated Marketing Communication) |
3 (3-0-6) | |
| วิชาบังคับก่อน หลักการตลาด (MKTG 201) | ||
| ศึกษาวิธีการวางแผนควบคุมดำเนินการ และควบคุมการกระตุ้นความต้องการใน การบริโภค โดยใช้การสื่อสารทางการตลาดแบบบูรณาการ ประกอบด้วย การขายแบบตัวต่อตัว การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขายโดยวิธีการต่างๆ และการตลาดทางตรง การจัดทำ งบประมาณการส่งเสริมการตลาด การประเมินผลและควบคุม |
||
| กลุ่มวิชาเอกที่ 1 การสื่อสารสื่อดิจิตอลและมัลติมีเดีย | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
|
| DCOM 301 หลักการสื่อสารเครือข่ายและสังคมออนไลน์ (Principles of Social Network Communication) |
3 (3-0-6) | |
ศึกษาหลักการ ความหมาย ความสำคัญ คุณลักษณะและรูปแบบของระบบเครือข่าย |
||
| DCOM 302 เทคโนโลยีสำหรับการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย (Technology for New Media and Multimedia Communication) |
3 (3-0-6) | |
| วิชาบังคับก่อน หลักการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย (DCOM 301) | ||
| ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมในระบบการสื่อสารสมัยใหม่ เทคโนโลยีการพิมพ์ เทคโนโลยีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เทคโนโลยีการสื่อสารทางไกล เทคโนโลยีภาพนิ่ง เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงโปรแกรมสำเร็จรูปมัลติมีเดียเพื่อ การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต การวิเคราะห์และประเมินผลในแง่มุมการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจาก เทคโนโลยีสื่อสารมวลชนและสื่อใหม่ |
||
| DCOM 303 คอมพิวเตอร์และโปรแกรมประยุกต์ขั้นต้นสำหรับมัลติมีเดีย (Basic Computer and Applied Program for Multimedia) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาประวัติ ความเป็นมา ของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในแบบไมโครคอมพิวเตอร์
หลักการทำงานเบื้องต้น อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการของไมโครคอมพิวเตอร์ การใช้โปรแกรมประยุกต์ในงานมัลติมีเดีย แนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบประยุกต์สำหรับงานมัลติมีเดีย ขั้นตอนและวิธีการเบื้องต้นในการนำโปรแกรมประยุกต์ด้านภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และกราฟิก ไปใช้ในงานนิเทศศาสตร์เพื่อผลิตงานด้านการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย โดยมีการฝึกปฏิบัติ |
||
| DCOM 304 ความคิดสร้างสรรค์ในงานการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย (Creativity in New Media and Multimedia Communication) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษากระบวนการคิดที่เป็นระบบ ขั้นตอน พฤติกรรมที่แสดงออก องค์ประกอบ ของกระบวนการคิดเพื่อการสร้างสรรค์ และฝึกทักษะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนากระบวนการคิดอย่าง สร้างสรรค์เพื่อผลิตงานด้านการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย |
||
| DCOM 305 ศิลปะการใช้ภาพและเสียงประกอบงานสื่อใหม่และมัลติมีเดีย (Arts of Picture and Sound for New Media and Multimedia) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาศิลปะ รูปแบบ การใช้ภาพและเสียงประกอบในงานสื่อใหม่และมัลติมีเดีย กระบวนการนำภาพและเสียงมาใช้ประกอบกับงานสื่อใหม่อย่างสร้างสรรค์ การปรับปรุงคุณภาพสื่อ ด้วยภาพและเสียงประกอบ ตลอดจนการนำเสนองานในรูปแบบต่างๆ โดยใช้ภาพและเสียงประกอบ ได้อย่างเหมาะสมลงตัว |
||
| DCOM 306 กราฟิกดีไซน์เพื่อการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย (Graphic Design for New Media and Multimedia Communication) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมาย ความสำคัญ หลักการออกแบบและการสร้างสรรค์งานกราฟิก-ดีไซน์
ทางไมโครคอมพิวเตอร์ ฝึกปฏิบัติการออกแบบกราฟิกเพื่อใช้ในการผลิตงานด้านการสื่อสาร สื่อใหม่ และมัลติมีเดียในรูปแบบต่างๆ |
||
| DCOM 401 กราฟิกแอนิเมชั่น (Graphic Animation) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมาย ลักษณะ ความสำคัญ องค์ประกอบและกระบวนการสร้างภาพกราฟิก แบบสองมิติและแบบสามมิติ โดยใช้โปรแกรมประยุกต์ในไมโครคอมพิวเตอร์ สำหรับสร้างต้นแบบภาพกราฟิกที่เคลื่อนไหวได้ ในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำมาใช้ประกอบงาน ด้านการสื่อสารสื่อใหม่ และมัลติมีเดีย โดยมีการฝึกปฏิบัติ |
||
| DCOM 402 การจัดการเชิงธุรกิจเทคโนโลยีสื่อใหม่และมัลติมีเดีย (New Media and Multimedia Technology Business Management) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาประวัติและพัฒนาการของสื่อใหม่ ผลกระทบที่มีต่อผู้รับสาร สังคม วัฒนธรรม การปรับตัวขององค์กรและบุคลากรด้านสื่อสารมวลชน การวางแผน การจัดการ ระบบงานด้านสื่อใหม่ และมัลติมีเดียที่สัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ นโยบายการใช้เทคโนโลยีสื่อใหม่ และมัลติมีเดียตามบทบาท หน้าที่ต่างๆ ในองค์กรสื่อสารมวลชน ตลอดจนการค้นคว้าและ พัฒนาข้อมูลด้านการสื่อสารสื่อใหม่และ มัลติมีเดียเพื่อใช้ในด้านการจัดการเชิงธุรกิจ อย่างมีประสิทธิภาพ |
||
| DCOM 403 การวิจัยการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย (Research in New Media and Multimedia Communication) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมาย ความสำคัญ บทบาท กระบวนการ ประเภท คุณลักษณะ ระเบียบวิธี การออกแบบ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนรายงานการวิจัย รวมถึงสถิติเบื้องต้น ที่จำเป็นสำหรับการวิจัยการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย โดยมีการฝึกปฏิบัติทำวิจัย เพื่อประโยชน์ต่อ งานด้านการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย |
||
| DCOM 404 สัมมนาการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย (Seminar in New Media and Multimedia Communication) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมายของการสัมมนา จุดมุ่งหมาย องค์ประกอบ กระบวนการ รูปแบบ และเทคนิคในการจัดสัมมนา ศึกษาวิเคราะห์ลักษณะและกระบวนการในการดำเนินงานของ การสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย เพื่อให้เข้าถึงปัญหาอุปสรรคและข้อเท็จจริง การหาแนวทางในการ แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานของการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย ฝึกจัดสถานการณ์จำลอง หรือ สถานการณ์จริงในการสัมมนาการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย ในประเด็นที่เหมาะสมและน่าสนใจ |
||
| DCOM 311 การใช้อุปกรณ์ดิจิตอลในงานการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย (Digital Hardware Application for New Media and Multimedia Communication) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการ การทำงานของอุปกรณ์ดิจิตอลและมัลติมีเดียชนิดต่างๆ ทั้งแบบ อุปกรณ์เดี่ยวและอุปกรณ์ต่อเชื่อมที่ใช้ในงานการสื่อสารสื่อใหม่ การนำเสนอสื่อมัลติมีเดีย ตลอดจน การใช้งานอย่างถูกต้อง และการดูแลรักษาอุปกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการฝึกปฏิบัติ |
||
| DCOM 312 จิตวิทยาการนำเสนองานด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิก (Psychology for Work Presentation with Computer Graphic) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีด้านจิตวิทยาและสังคมวิทยาที่เกี่ยวข้องและมีผลต่อการรับรู้ การเรียนรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้รับสาร เพื่อนำมาประกอบในการนำเสนองานด้วย คอมพิวเตอร์กราฟิก ตลอดจนศึกษาถึงผลของการใช้เทคนิคด้านการออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิก ที่มีต่อผู้รับสาร |
||
| DCOM 313 คอมพิวเตอร์และโปรแกรมประยุกต์ขั้นสูงสำหรับมัลติมีเดีย (Advanced Computer and Applied Program for Multimedia) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาการทำงานของไมโครคอมพิวเตอร์ ในด้านระบบและวงจรทางอิเล็กทรอนิคส์ สำคัญ ระบบการประสานงานในวงจรและชิปเซ็ท ระบบหน่วยความจำ ค่ ามาตรฐานต่างๆ ที่ใช้ใน ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ปัจจุบัน อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นในงานสื่อใหม่ และการเลือกใช้งานร่วมกัน อย่างมีเสถียรภาพกับโปรแกรมประยุกต์ในงานด้านมัลติมีเดีย ขั้นตอน เทคนิควิธีการระดับสูงในการนำ โปรแกรมประยุกต์ด้านภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และกราฟิกไปใช้ในงานนิเทศศาสตร์เพื่อผลิตงาน ด้านการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้มีการฝึกปฏิบัติ |
||
| DCOM 314 การตกแต่งภาพถ่ายเพื่องานการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย (Computer Photograph Retouching for New Media andv Multimedia Communication) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการตกแต่งภาพถ่ายดิจิตอล และภาพถ่ายจากฟิล์มด้วยโปรแกรมประยุกต์ทาง ไมโครคอมพิวเตอร์ เทคนิคการคัดเลือกภาพ การสแกนภาพ การถ่ายโอนข้อมูลจากแหล่งข้อมูล ดิจิตอล และองค์ประกอบในการจัดภาพเพื่อนำไปใช้ในงานด้านการผลิตสื่อใหม่และมัลติมีเดีย โดยมี การฝึกปฏิบัติ |
||
| DCOM 315 การตัดต่อวิดิทัศน์และภาพยนตร์ด้วยคอมพิวเตอร์ (Non-Linear Video and Film Editing) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการ กระบวนการ และเทคนิคการตัดต่อวิดิทัศน์และภาพยนตร์ การกำกับ ภาพ กำกับเสียง การลำดับภาพโดยใช้โปรแกรมประยุกต์แบบต่างๆ ด้วยไมโครคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปใช้ในงานด้านการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดียอย่างเหมาะสม โดยมีการฝึกปฏิบัติ |
||
| DCOM 316 ภาษาอังกฤษสำหรับสื่อดิจิตอลและมัลติมีเดีย (English for Digital and Multimedia) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการ เทคนิค และวิธีการอ่านจับใจความ ศัพท์เฉพาะที่ใช้ในงานสื่อดิจิตอล และมัลติมีเดีย การแปลข่าวภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย การแปลข่าวภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ การเขียนข่าวภาษาอังกฤษ การแปลสำนวน โวหาร การเขียนบทความ บทโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบต่างๆ จนนักศึกษาสามารถสื่อความหมายได้อย่างถูกต้อง เพื่อนำไปใช้ในสื่อดิจิตอลและ มัลติมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
||
| DCOM 317 การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตเพื่อการพัฒนาชุมชน (Internet Communication for Community Development) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษารูปแบบ ลักษณะ บทบาท หน้าที่ และผลกระทบของสื่ออินเทอร์เน็ตที่มีต่อชุมชน และวัฒนธรรม ปัจจัยและองค์ประกอบที่มีส่วนเกื้อหนุน รวมถึงประเด็นปัญหาอุปสรรค ในการ ดำเนินงานของสื่ออินเทอร์เน็ตในชุมชน เช่น การแพร่หลายของสื่ออินเทอร์เน็ต การประกอบการ การเปิดรับ การวางแผน และการดำเนินงานด้านการโฆษณาตลอดจนการนำเสนอ เนื้อหาต่างๆ ทาง อินเทอร์เน็ต เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชน |
||
| กลุ่มวิชาเอกที่ 2 วารสารสนเทศและสิ่งพิมพ์ออนไลน์ | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
|
| JOUR 301 การสื่อข่าวขั้นสูง (Advanced News Reporting) |
3 (2-2-5) | |
| วิชาที่ต้องเรียนมาก่อน : การวิเคราะห์และการรายงานข่าวเบื้องต้น (COMM 202) | ||
| ศึกษาเทคนิคการสื่อข่าวเชิงสืบสวน เชิงวิจัย และเชิงอธิบายความ การวิเคราะห์ข่าว การพัฒนาความรู้และทักษะในกระบวนการสื่อข่าวสมัยใหม่ ปัญหาและอุปสรรคในการสื่อข่าวและ แนวทางแก้ไข โดยมีการฝึกปฏิบัติ | ||
| JOUR 302 การบรรณาธิการและจัดหน้าสื่อสิ่งพิมพ์ (Editorial and Printed Cumulative Media Design) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการ รูปแบบการจัดทำหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ การเตรียมต้นฉบับเพื่อการจัดพิมพ์ การตรวจแก้ต้นฉบับ การออกแบบและจัดหน้า และการตกแต่ง หน้าหนังสือพิมพ์ นิตยสาร สิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ รวมไปถึงสิ่งพิมพ์ออนไลน์ | ||
| JOUR 303 การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ (Printed Media Production) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษารูปแบบและวิธีการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ เช่น แผ่นปลิว แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร ไวนิล ฯลฯ ตลอดจนสิ่งพิมพ์ออนไลน์ ฝึกปฏิบัติผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ใน รูปแบบต่างๆ โดยวางแผนการผลิต จัดเตรียมเนื้อหา ดำเนินการผลิต และประเมินผลการผลิตสื่อ สิ่งพิมพ์ รวมทั้งศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น ตลอดจนวิธีแก้ไขและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ | ||
| JOUR 304 เทคโนโลยีวารสารศาสตร์ (Journalism Technology) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาความหมาย ความสำคัญ กระบวนการ และองค์ประกอบเกี่ยวกับเทคโนโลยี ด้านการพิมพ์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการดำเนินงานด้านข่าว การบรรณาธิกรหนังสือพิมพ์และ นิตยสาร เช่น เทคโนโลยีการสื่อสาร เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีโทรคมนาคม และการเลือกใช้ เทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับงานด้านวารสารศาสตร์ประเภทต่างๆ | ||
| JOUR 305 การเขียนสร้างสรรค์เชิงวารสารศาสตร์ (Creative Writing in Journalism) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษารูปแบบ โครงสร้าง เทคนิคการเขียน การใช้ถ้อยคำภาษาของการเขียนประเภท ต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ เช่น บทความ บทวิเคราะห์ บทวิจารณ์ สารคดี เรื่องเล่า ฯลฯเพื่อนำเสนอผ่าน สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ โดยเน้นการฝึกภาคปฏิบัติ | ||
| JOUR 306 การออกแบบและการพัฒนาเว็บไซต์ (Website Design and Development) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาพื้นฐานและองค์ประกอบของเว็บไซต์ด้านข่าว แนวความคิด หลักการ และ กลยุทธ์การออกแบบเว็บไซต์ กระบวนการพัฒนาเว็บไซต์ การบริหารและจัดการเว็บไซต์ การทำการ ตลาดให้กับเว็บไซต์ เว็บโฮสติ้ง และจรรยาบรรณของการพัฒนาเว็บไซต์ข่าว โดยเน้นการสื่อข่าวอย่าง สร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบต่อสังคม | ||
| JOUR 401 สิ่งพิมพ์ออนไลน์ (Online Publications) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาระบบข่าวสารและการรับรู้ข่าวสารในสังคม ความหมาย คุณค่า ข้อเท็จจริง ความต้องการและประโยชน์ของข่าวสาร ประวัติและพัฒนาการของสิ่งพิมพ์ออนไลน์ แนวความคิด และบทบาทของสื่อออนไลน์ที่มีต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง การจัดองค์กรสื่อ | ||
| JOUR 402 การบริหารงานสื่อวารสารศาสตร์ (Journalism Media Management) |
3 (3-0-6) | |
| การจัดการองค์กรของสื่อวารสารศาสตร์ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ที่ดำเนินการทั้งที่ เป็นสิ่งพิมพ์ และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ การบริหารงานในด้านการบรรณาธิการ กระบวนการผลิตสิ่งพิมพ์ เสรีภาพและการควบคุม รวมทั้งด้านธุรกิจการลงทุน การโฆษณา และการตลาดของสื่อวารสารศาสตร์ | ||
| JOUR 403 การวิจัยวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ (Research in Journalism and Online Publications) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมาย ความสำคัญ บทบาท กระบวนการ ประเภท คุณลักษณะ ระเบียบวิธี การออกแบบ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนรายงานการวิจัย รวมถึงสถิติเบื้องต้น ที่จำเป็นสำหรับการวิจัยวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ โดยมีการฝึกปฏิบัติทำวิจัยเพื่อประโยชน์ ต่องานด้านวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ | ||
| JOUR 404 สัมมนาวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ (Seminar in Journalism and Online Publications) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมายของการสัมมนา จุดมุ่งหมาย องค์ประกอบ กระบวนการ รูปแบบ และเทคนิคในการจัดสัมมนา ศึกษาวิเคราะห์ลักษณะและกระบวนการในการดำเนินงานของ วารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงปัญหาอุปสรรคและข้อเท็จจริง การหาแนวทางในการแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับงานของวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ ฝึกจัดสถานการณ์จำลองหรือ สถานการณ์จริงในการสัมมนาวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ในประเด็นที่เหมาะสมและน่าสนใจ | ||
| JOUR 311 สื่อมวลชนกับสังคมสารสนเทศ (Mass Media and Information Society) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาบทบาทและหน้าที่ของสื่อมวลชนประเภทต่างๆ การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ จากฐานข้อมูลออนไลน์ที่น่าเชื่อถือได้เพื่อนำมาใช้กับงาน อิทธิพลหรือผลกระทบของสื่อมวลชนที่มีต่อ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในสังคมข่าวสารยุคปัจจุบัน ความรับผิดชอบของสื่อมวลชน ที่มีต่อสังคม ตลอดจนอิทธิพลของสังคมสารสนเทศที่มีต่อสื่อมวลชน | ||
| JOUR 312 สังคมวิทยาการสื่อสาร (Sociology of Communication) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักการทางสังคมวิทยากับการสื่อสารการสื่อสารกับการ เปลี่ยนแปลงความต้องการของสังคมในด้านการสื่อสาร ลักษณะของกลุ่มและสถาบันทางสังคม การสื่อสารในกลุ่มและสถาบันทางสังคม การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมทางสังคมและ วัฒนธรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสื่อสาร | ||
| JOUR 313 การแปลข่าวและการเขียนข่าวภาษาอังกฤษ (English News Translation and Writing) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการ และกลวิธีพื้นฐานในการแปลข่าวภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย และ แปลข่าวภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ การเขียนข่าวภาษาอังกฤษ ฝึกการแปลสำนวน โวหาร และ ศัพท์เฉพาะที่ใช้ในงานวารสารศาสตร์และหนังสือพิมพ์ | ||
| JOUR 314 การถ่ายภาพวารสารศาสตร์ (Photography for Journalism) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมาย ความสำคัญ และประเภทของภาพถ่ายในสิ่งพิมพ์ต่างๆ การจัด องค์ประกอบของภาพแต่ละประเภทเพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่าน ปฏิบัติการผลิตต้นแบบประเภทภาพขาวดำ ภาพสี ภาพสไลด์ หรือภาพดิจิตอล ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ เนื้อหาและรูปภาพ การประเมิน คุณค่าและคุณภาพของภาพถ่ายทางวารสารศาสตร์ | ||
| JOUR 411 การออกแบบและการพัฒนาเว็บไซต์ (Website Design and Development) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาพื้นฐานและองค์ประกอบของเว็บไซต์ด้านข่าว การเลือกใช้ภาษาและเครื่องมือ ในการพัฒนาเว็บไซต์ แนวความคิด หลักการ และกลยุทธ์การออกแบบเว็บไซต์ กระบวนการพัฒนา เว็บไซต์ การบริหารและจัดการเว็บไซต์ การทำการตลาดให้กับเว็บไซต์ เว็บโฮสติ้ง และจรรยาบรรณ ของการพัฒนาเว็บไซต์ข่าว โดยเน้นการสื่อข่าวอย่างสร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบต่อสังคม | ||
| JOUR 412 กราฟิกสำหรับงานวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ (Graphic for Journalism and Online Publications) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมาย ขอบข่าย ความสำคัญ และประเภทของงานกราฟิกสำหรับ วารสารศาสตร์ ทฤษฎี หลักการ และเทคนิคการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์การเลือกและการประดิษฐ์ ตัวอักษร การเลือกภาพประกอบ หลักการใช้สี การจัดองค์ประกอบของงานกราฟิก การผลิตต้นแบบ และการประเมินผลงานกราฟิกสำหรับวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ โดยฝึกปฏิบัติทำกราฟิกเพื่อสื่อสิ่งพิมพ์ และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ | ||
| JOUR 413 ระบบสารสนเทศเพื่องานวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ (Information Systems for Journalism and Online Publications) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาเทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์ การจำแนกประเภทของระบบ สารสนเทศ และการนำมาใช้ในงานวารสารศาสตร์ รวมทั้งการจัดบริการ ฝึกปฏิบัติการสร้างฐาน ข้อมูลออนไลน์สำหรับงานวารสารศาสตร์ในระดับบุคคล และฐานข้อมูลออนไลน์ของหน่วยงาน | ||
| JOUR 414 การสื่อข่าวเฉพาะทาง (Specialized News Reporting) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาบทบาทและวิธีการเสนอข่าวของสำนักข่าวและสื่อมวลชนประเภทต่างๆ เรียนรู้ วิธีคิดและวิธีการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศตลอดจนปัญหา และแนวโน้มของสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อสังคมไทยโดยตรง เพื่อนำผลการวิเคราะห์ดังกล่าวไปใช้ ในการวางแผนด้านการสื่อสาร | ||
| กลุ่มวิชาเอกที่ 3 วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
|
| RATV 301 การสื่อข่าววิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (News Reporting for Radio and Television) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาเทคนิคในการหาข่าว การรายงานข่าวประเภทต่างๆ หลักการเขียนข่าวทาง วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ การพิจารณา ความสำคัญ คุณค่า และความน่าสนใจของข่าว ฝึกปฏิบัติเขียนข่าววิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในรูปแบบต่างๆ และฝึกปฏิบัติรายงานข่าว |
||
| RATV 302 การเขียนบทวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (Script Writing for Radio and Television) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการและขั้นตอนในการเขียนบทวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ วิเคราะห์เรื่องราวที่เป็นจริง เรื่องสมมุติ ถ่ายทอดแนวความคิดออกมาในรูปแบบของการเขียน เพื่อ การฟัง การจินตนาการ และการเห็นเหตุการณ์ทั้งในแนวที่เป็นจริงตามธรรมชาติและแนวสร้างสรรค์ รวบรวมข้อมูล วางแผน และเขียนเป็นบทวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในรูปแบบต่างๆ | ||
| RATV 303 การเป็นผู้ประกาศและผู้บรรยายทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (Broadcasting Announcer and Narrator) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการและเทคนิคในการเป็นผู้ประกาศข่าว รายงานข่าว อ่านข่าว ผู้บรรยาย และผู้ดำเนินรายการทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ การออกเสียงที่ถูกต้องตามอักขรวิธีทั้ง ออกอากาศสดและบันทึกเสียง เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจนเกิดความคุ้นเคยและคล่องแคล่ว การใช้เสียง ที่เหมาะสมกับรูปแบบรายการต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาบุคลิกภาพที่เหมาะสมกับการเป็นผู้ประกาศ ผู้บรรยาย และพิธีกรรายการ | ||
| RATV 304 การใช้ห้องปฏิบัติการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (Radio and Television Studio Operation) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษารูปแบบของห้องปฏิบัติการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เทคนิคและ วิธีการใช้ห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์ประกอบต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและ วิทยุโทรทัศน์ เช่น ไมโครโฟน เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง เครื่องเล่นแผ่นซีดี คอมพิวเตอร์ เครื่องรับและส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล้องถ่ายโทรทัศน์ เครื่องบันทึกเทปโทรทัศน์ อุปกรณ์ช่วยสร้างภาพพิเศษ อุปกรณ์เสียง แสง สี ฉาก และอื่นๆ | ||
| RATV 305 การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ขั้นต้น (Basic Radio and Television Program Production) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการในการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ประเภทต่างๆ ฝึกปฏิบัติผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ขั้นต้นตามขั้นตอน โดยใช้วิธีการและเทคนิค ในการผลิตรายการที่น่าสนใจ | ||
| RATV 306 การถ่ายทำรายการวิทยุโทรทัศน์ (Television Program Production in Studio and Field Television) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลัก เทคนิคการผลิต การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในห้องสตูดิโอ การกำกับ รายการ การจัดฉาก การจัดแสง การถ่ายทำรายการวิทยุโทรทัศน์ทั้งในและนอกสถานที่ การทำเทคนิค พิเศษทางภาพ และงานกราฟิกต่างๆ | ||
| RATV 401 การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ออนไลน์ (Online Radio and Television Program Production) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาเทคนิคการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง เครื่องมือและอุปกรณ์สมัยใหม่ใน การผลิตรายการวิทยุทางอินเทอร์เน็ต การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และเทคนิคพิเศษต่างๆ ในการผลิต รายการวิทยุ ตลอดจนการเชื่อมสัญญาณทางการสื่อสารเพื่อเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต | ||
| RATV 402 การบริหารงานวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (Broadcasting Business Management) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาหลักการบริหารงานของสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ งานด้านการบริหารงานบุคคล การจัดองค์กร การเงิน งบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนปัญหา ด้านการบริหารงานของสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ รวมไปถึงการหาแนวทางแก้ไข ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น | ||
| RATV 403 การวิจัยวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (Research in Radio and Television Broadcasting) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมายของการสัมมนา จุดมุ่งหมาย องค์ประกอบ กระบวนการ รูปแบบ และเทคนิคในการจัดสัมมนา ศึกษาวิเคราะห์ลักษณะและกระบวนการในการดำเนินงานของ วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เพื่อให้เข้าถึงปัญหาอุปสรรคและข้อเท็จจริง การหาแนวทางใน การแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับงานของวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ฝึกจัดสถานการณ์จำลอง หรือ สถานการณ์จริงในการสัมมนาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในประเด็นที่เหมาะสมและน่าสนใจ | ||
| RATV 404 สัมมนาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (Seminar in Broadcasting) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมาย ความสำคัญ บทบาท กระบวนการ ประเภท คุณลักษณะ ระเบียบวิธี การออกแบบ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนรายงานการวิจัย รวมถึง สถิติเบื้องต้นที่จำเป็นสำหรับการวิจัยวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ โดยมีการฝึกปฏิบัติทำวิจัย เพื่อประโยชน์ต่องานด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ | ||
| RATV 311 การรายงานเหตุการณ์นอกสถานที่ (Field Reporting) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมาย ความสำคัญของการรายงานเหตุการณ์นอกสถานที่ การเขียนและ เรียบเรียงเหตุการณ์ การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์สมัยใหม่ทางวิทยุกระจายเสียง เพื่อนำเสนอรายงาน เหตุการณ์อย่างรวดเร็วทันทีและมีประสิทธิภาพคุณภาพ | ||
| RATV 312 ภาษาอังกฤษสำหรับสื่อวิทยุและโทรทัศน์ (English for Broadcasting) |
3 (2-2-5) | |
| วิชาบังคับก่อน เคยเรียนวิชา ภาษาอังกฤษสำหรับนิเทศศาสตร์ (ENCA 201) | ||
| ศึกษาหลักการและพัฒนาเทคนิคในการฟัง พูด อ่าน เขียน และแปล จนมีทักษะ ภาษาอังกฤษที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานด้านข่าวและรายการประเภทต่างๆได้อย่าง ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการสืบค้นข้อมูล การสัมภาษณ์ และการนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง |
||
| RATV 313 การแต่งหน้าและเครื่องแต่งกาย (Make-up and Costumes) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการเกี่ยวกับการแต่งหน้า และการออกแบบเครื่องแต่งกายของผู้แสดง เทคนิคพิเศษในการแต่งหน้า ฝึกปฏิบัติแต่งหน้า การแต่งกายให้เหมาะสมกับบทบาท เนื้อเรื่อง การเลือกและการออกแบบเครื่องแต่งกายของผู้แสดงภาพยนตร์ ละครเวที หรือวิทยุโทรทัศน์ ที่เหมาะสม | ||
| RATV 314 ฉากและวัสดุประกอบฉากวิทยุโทรทัศน์ (Scenery and Property for Television Program Production) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการเกี่ยวกับฉากและวัสดุประกอบฉากที่ใช้ในงานผลิตรายการวิทยุ- โทรทัศน์ หลักการออกแบบ การเลือกวัสดุ ฝึกปฏิบัติจัดสร้างฉากในลักษณะต่างๆ ตลอดจนการจัดหา วัสดุประกอบฉากให้มีความเหมาะสมตรงตามความต้องการ |
||
| RATV 411 การผลิตกราฟิกเพื่องานวิทยุโทรทัศน์ (Graphic Production for Television Program) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมาย องค์ประกอบ ขอบข่าย และความสำคัญของวัสดุกราฟิกที่มีต่องาน วิทยุโทรทัศน์ ฝึกปฏิบัติออกแบบ ผลิตวัสดุกราฟิกประเภทต่างๆ ที่ใช้ในงานวิทยุโทรทัศน์ ตลอดจน การนำคอมพิวเตอร์กราฟิกมาใช้ในงานวิทยุโทรทัศน์ | ||
| RATV 412 การแสดงและการกำกับการแสดง (Acting and Directing) |
3(2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการและเทคนิคทางการแสดงต่างๆ ที่ใช้กับงานวิทยุโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์ การเตรียมร่างกายและการใช้ร่างกายเพื่อการสื่อสาร การแสดงบุคลิก ท่าทาง สีหน้า การเคลื่อนไหว การพูด การกำหนดทิศทาง การกำกับการแสดงทางวิทยุโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์ | ||
| RATV 413 การตลาดรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (Radio and Television Program Marketing) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาโครงสร้างทางการตลาด กระบวนการ การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย กลยุทธ์และ แนวทางทางการตลาด การสื่อสารการตลาด การจัดกิจกรรมทางการตลาด การขายและการโน้มน้าว กลุ่มเป้าหมาย เพื่อส่งเสริมรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ | ||
| RATV 414 การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์เพื่อชุมชน (Radio and Television Program Production for Community) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษากระบวนการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์เพื่อชุมชน ประเภทต่างๆ การเตรียมการ การวางแผน การเขียนบท การดำเนินรายการ การนำเสนอรายการ และการประเมินผล ตลอดจนฝึกปฏิบัติใช้อุปกรณ์และเครื่องมือในการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์เพื่อเผยแพร่ในชุมชน |
||
| กลุ่มวิชาเอกที่ 4 การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
|
| ADPR 301 การออกแบบเพื่องานโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (Design for Advertising and Public Relations) |
3 (1-4-4) | |
| ศึกษาความหมายและแนวความคิดทางด้านศิลปะ รวมถึงหลักการออกแบบเพื่องาน โฆษณาและประชาสัมพันธ์ เช่น การเลือกและจัดภาพประกอบ การกำหนดรูปแบบตัวอักษร การใช้สี การจัดช่องไฟ การกำหนดขนาด สัดส่วน และการสร้างสมดุลของ องค์ประกอบในชิ้นงานทางสื่อ สิ่งพิมพ์และสื่อคอมพิวเตอร์ การกำหนดภาพ ฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก เครื่องแต่งกาย และการ จัดแสงเงาในชิ้นงานทางสื่อโทรทัศน์ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป | ||
| ADPR 302 การเขียนบทโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (Copy Writing) |
3 (1-4-4) | |
| ศึกษาหลักและวิธีการเขียนบทโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับสื่อทุกประเภท โดยเน้นการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์และการสังเคราะห์ข้อมูล และการเขียน ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการศึกษาและวิเคราะห์บทโฆษณาและประชาสัมพันธ์ของ นักวิชาชีพที่ ประสบความสำเร็จ | ||
| ADPR 303 การบริหารและการวางแผนงานโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (Advertising and Public Relations Management and Planning) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาแนวความคิดทางการตลาดสมัยใหม่ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทาง การตลาดที่มีอิทธิพลต่อการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค คู่แข่งขัน การบริหารงาน การประเมินผล การวางแผนงาน การกำหนดวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และกลวิธี รวมถึง การเขียนแผนงานเพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้แก่องค์กร สินค้าและบริการตลอดจนกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินงานของบริษัทตัวแทนโฆษณาและประชาสัมพันธ์ | ||
| ADPR 304 การบริหารสื่อเพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (Media Management) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาประเภทของสื่อที่ใช้ในการโฆษณา การประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารการ ตลาด อาทิ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อคอมพิวเตอร์ รวมถึงการวิเคราะห์สื่อ กระบวนการ วางแผนสื่อ การกำหนดวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และกลวิธีในการใช้สื่อ เหตุผลในการเลือกใช้สื่อ การจัดทำตารางการใช้สื่อ ตลอดจนการวัดประสิทธิผลการใช้สื่อทุกประเภท | ||
| ADPR 305 การเขียนข่าวประชาสัมพันธ์ (News Writing for Public Relations) |
3 (1-4-4) | |
| วิชาบังคับก่อน การวิเคราะห์และการรายงานข่าวเบื้องต้น (COMM 202) | ||
| ศึกษาองค์ประกอบของข่าว การประเมินคุณค่าของข่าว การทำข่าว การรายงานข่าว เทคนิคในการสัมภาษณ์ทางสื่อประเภทต่างๆ การเขียนข่าวประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ เทคนิคการเขียนข่าวและบทความทางสื่อหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ การเขียนข่าวแจก การใช้ภาพประกอบและการเขียนคำบรรยายภาพ การเขียนบทความแฝงโฆษณา (Advertorial) การเขียนข่าวเพื่อแก้ไขภาวะวิกฤต (Crisis management) และการบริหารข่าวเชิงยุทธ์ (Issue management) | ||
| ADPR 306 การสื่อสารการตลาดสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Integrated Marketing Communication for Small and Medium Enterprise) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการตลาดสำหรับธุรกิจขนาดย่อม ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการบริหาร การตลาด กลยุทธ์และเทคนิคด้านการหากลุ่มเป้าหมายทางการตลาด การขยายผลต้นแบบธุรกิจใหม่ สู่เชิงพาณิชย์ การกำหนดกลยุทธ์ด้านต่างๆโดยใช้กรณีศึกษา เช่น การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การตั้งราคา การพัฒนาช่องทางการจำหน่าย ตลอดจนการกำหนดกลยุทธ์ และกลวิธีทางการสื่อสารเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการประเมิน ผลและการนำผลประเมินไปพัฒนาการสื่อสาร | ||
| ADPR 401 การบริหารการจัดแสดง (Presentation and Show Business) |
3 (1-4-4) | |
| ศึกษากระบวนการ เทคนิค และวิธีการในการนำเสนองาน การเตรียมตัว จิตวิทยา การนำเสนองาน การใช้อุปกรณ์และโปรแกรมสำเร็จรูปต่าง ๆ รูปแบบงานจัดแสดง การบริหารงาน จัดแสดงด้านต่างๆ เทคนิคการจัดแสง สี เสียง การออกแบบฉาก เวที และการใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ รวมถึงการออกแบบการจัดแสดง (Display design) สินค้าและบริการเพื่อส่งเสริมการตลาดใน รูปแบบ ต่างๆ | ||
| ADPR 402 การสร้างสรรค์งานโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (Creativity in Advertising and Public Relations) |
3 (1-4-4) | |
| ศึกษาหลักและทฤษฎีในการสร้างสรรค์งานขั้นพื้นฐาน อาทิ การกำหนดกลุ่ม ผู้รับสารเป้าหมาย วัตถุประสงค์ แนวความคิด กลยุทธ์และกลวิธีการสร้างสรรค์ หลักและวิธีการ ออกแบบข้อความ เสียง ภาพประกอบ และภาพเคลื่อนไหว เพื่อใช้ เผยแพร่ผ่านสื่อประเภทต่างๆ ที่เป็นเครื่องมือทางการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และสื่อสารการตลาด โดยมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติและ การพัฒนาทักษะในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ และคิดสร้างสรรค์ ด้วยวิธีการใช้กรณีศึกษา (Case study) | ||
| ADPR 403 การวิจัยโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (Advertising and Public Relations Research Method) |
3 (1-4-4) | |
| วิชาบังคับก่อน โดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ผู้สอน | ||
| ศึกษาแนวความคิดของการทำวิจัย ทฤษฎี วิธีการ และเทคนิคต่างๆ รวมถึงขั้นตอน ของการทำวิจัยทางการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และสื่อสารการตลาด โดยมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติจน นักศึกษา สามารถผลิตผลงานวิจัยได้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผนงานและประเมินผลงานโฆษณา และประชาสัมพันธ์ |
||
| ADPR 404 สัมมนาการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (Seminar in Advertising and Public Relations) |
3 (1-4-4) | |
| วิชาบังคับก่อน โดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ผู้สอน | ||
| นักศึกษาบรรยาย และอภิปรายถึงงานที่ได้จากการศึกษา และค้นคว้าด้านสื่อสาร การตลาดโดยการควบคุมของอาจารย์ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์แสดงความคิดเห็นอันจะเป็น ประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในอนาคต และเชิญผู้มีประสบการณ์ด้านสื่อสารการตลาดที่มีชื่อเสียง มาบรรยาย หรืออภิปรายให้นักศึกษาซักถาม รวมถึงคำแนะนำในการประกอบอาชีพทางด้าน การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้นักศึกษายังต้องฝึกปฏิบัติการจัดดำเนินงานสัมมนาร่วมกับ กลุ่มหรือบุคคลภายนอกโดยดำเนินการตามขั้นตอนของการจัดการสัมมนาด้วยโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ |
||
| ADPR 311 การถ่ายภาพเพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (Photography for Advertising and Public Relations) |
3 (1-4-4) | |
| วิชาบังคับก่อน เคยเรียนวิชา การถ่ายภาพและภาพยนตร์ (COMM 201) | ||
| ศึกษาหลักและเทคนิคการถ่ายภาพเพื่องานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และสื่อสาร การตลาดทางสื่อสิ่งพิมพ์ เทคนิคและวิธีการตกแต่งภาพ ตลอดจนการประเมินคุณภาพของภาพถ่าย รวมถึงการคัดเลือกภาพเพื่อนำเสนอโดยผ่านสื่อประเภทต่างๆ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติการจัด องค์ประกอบ ภาพ การใช้อุปกรณ์และการจัดแสงอย่างถูกวิธี เพื่อการถ่ายภาพในรูปแบบต่างๆ เช่น สินค้า สิ่งของ และบุคคล ทั้งในและนอกสถานที่ | ||
| ADPR 312 การผลิตงานโฆษณาทางสื่ออิเลคทรอนิคส์ (Electronic Media Production for Advertising) |
3 (1-4-4) | |
| ศึกษาหลักการและกระบวนการผลิตงานโฆษณาสำหรับสื่อวิทยุกระจายเสียง สื่อวิทยุโทรทัศน์ และสื่อคอมพิวเตอร์ โดยมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติผลิตชิ้นงาน การกำหนดเสียง ภาพ มุมกล้อง การตัดต่อ และการใช้เทคนิคพิเศษ รวมถึงการประเมินคุณภาพของชิ้นงาน ด้วยวิธีการ สมมติกรณีศึกษาเพื่อให้นักศึกษาได้นำเสนอแนวความคิด เทคนิค และวิธีการผลิตชิ้นงาน | ||
| ADPR 313 ภาษาอังกฤษสำหรับงานโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (English for Advertising and Public Relations) |
3 (1-4-4) | |
| วิชาบังคับก่อน เคยเรียนวิชา ภาษาอังกฤษสำหรับนิเทศศาสตร์ (ENCA 201) | ||
| ศึกษาหลักและวิธีการอ่านและการฟังเพื่อจับใจความสำคัญ การอ่านออกเสียง การสนทนา การสัมภาษณ์ และการแสดงความคิดเห็น การแปลและการเขียนข่าว บทความ และ บทโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติจน ได้อย่างถูกต้องเพื่อนำ ไปใช้ในงานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และสื่อสารการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ | ||
| ADPR 314 การประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ (Public Relations for Corporate Image) (เปลี่ยนรหัสวิชา) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาความสำคัญของการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ตลอดจนวัตถุประสงค์ อิทธิพล และความรับผิดชอบของการประชาสัมพันธ์ที่มีต่อสังคม ศึกษากลุ่มเป้าหมายใน การประชาสัมพันธ์ กระบวนการในการดำเนินงานประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ วิเคราะห์ รูปแบบ การประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของหน่วยงานหรือองค์กรที่ได้มีการจัดทำไว้แล้ว | ||
| ADPR 411 การโน้มน้าวใจเพื่อการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ (Persuasion for Advertising and Public Relations) |
3 (2-2-5) | |
ศึกษาทฤษฎีการโน้มน้าวใจ ลักษณะและวิธีการโน้มน้าวใจโดยการใช้สื่อต่างๆ เช่น สื่อมวลชน สื่อบุคคล ฯลฯ รวมทั้งศึกษาองค์ประกอบสำคัญทั้งทางด้านจิตวิทยาและสังคมวิทยา ที่มีผลต่อการโน้มน้าวใจ เพื่อประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินงานด้านการโฆษณาและ การประชาสัมพันธ์ ฝึกปฏิบัติการโน้มน้าวใจเพื่อหวังผลทางด้านการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ |
||
| ADPR 412 อินเทอร์เน็ตกับการทำเว็บไซต์เพื่องานโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (Internet and Website Creation for Advertising and Public Relations) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความสำคัญของการใช้อินเทอร์เน็ต ในงานโฆษณาและงานประชาสัมพันธ์ การสร้างโฮมเพจและบล็อกเบื้องต้น การประยุกต์งานโฆษณาและงานประชาสัมพันธ์ทางอินเทอร์เน็ต และการสร้างเว็บไซต์ | ||
| ADPR 413 การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (Advertising and Public Relations for Radio and Television Broadcasting) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาหลักการและแนวปฏิบัติ รูปแบบการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ทาง วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ปัญหาของการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ทางวิทยุ- กระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ การกำหนดโครงสร้างของอัตราค่าโฆษณาในสถานีทางวิทยุกระจาย-เสียงและวิทยุโทรทัศน์ การขายรายการและเวลา รวมถึงการฝึกปฏิบัติการทำการโฆษณาและ การประชาสัมพันธ์ ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ | ||
| ADPR 414 การบริหารประเด็นและการสื่อสารในภาวะวิกฤติ (Issue Management and Crisis Communication) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมาย ความสำคัญ ลักษณะของประเด็นและกระบวนการเกิดภาวะวิกฤติ การวิเคราะห์การบริหารประเด็น รูปแบบและกลยุทธ์ในการสื่อสารเพื่อคลี่คลายและ แก้ไขปัญหา ภาวะวิกฤติจากกรณีศึกษา | ||
| กลุ่มวิชาเอกที่ 5 การสื่อสารมวลชน | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
|
| MCOM 301 การสื่อข่าวขั้นสูง (Advanced News Reporting) |
3 (2-2-5) | |
| วิชาบังคับก่อน การวิเคราะห์และการรายงานข่าวเบื้องต้น (COMM 202) | ||
| ศึกษาหลักการและเทคนิคในการสื่อข่าว การเขียนข่าว และการรายงานข่าวชั้นสูง เช่น การรายงานข่าวเชิงตีความ การรายงานข่าวเชิงสืบสวน ตลอดจนการรายงานข่าวเฉพาะด้าน เช่น ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวสังคม เป็นต้น |
||
| MCOM 302 การรายงานข่าวหนังสือพิมพ์ (Newspaper News Reporting) |
3 (1-4-4) | |
| วิชาบังคับก่อน การวิเคราะห์และการรายงานข่าวเบื้องต้น (COMM 202) | ||
ศึกษาหลักการ และเทคนิคในการรายงานข่าวหนังสือพิมพ์ โดยเน้นฝึกปฏิบัติ ในการคิดประเด็นข่าว |
||
| MCOM 303 การรายงานข่าวสำหรับสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (Broadcast News Reporting) |
3 (1-4-4) | |
| วิชาบังคับก่อน การวิเคราะห์และการรายงานข่าวเบื้องต้น (COMM 202) | ||
| ศึกษาหลักการและเทคนิคในการเขียนข่าว กระบวนการผลิต การสัมภาษณ์ เทคนิค และการใช้อุปกรณ์เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง การตัดต่อ และการรายงานข่าวประเภทต่างๆ ทางสื่อวิทยุ -กระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติการรายงานข่าวภาคสนาม เพื่อให้นักศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ และสามารถรายงานข่าวทางสื่อวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ ได้อย่างมืออาชีพ |
||
| MCOM 304 การสร้างสรรค์และผลิตงานสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (Creativity and Production for Broadcast Media) |
3 (1-4-4) | |
| ศึกษาหลักการ ทฤษฏี และกระบวนการในการสร้างสรรค์งานสำหรับสื่อวิทยุกระจาย เสียงและวิทยุโทรทัศน์ โดยมุ่งเน้นการวิจัยกลุ่มผู้รับสาร การวิเคราะห์เนื้อหา รูปแบบการสร้างสรรค์ -บท การวางแผนการผลิต กระบวนการผลิต การตัดต่อ สำหรับรายการในรูปแบบต่างๆ |
||
| MCOM 305 การสร้างสรรค์และผลิตงานสื่อสิ่งพิมพ์ (Creativity and Production for Print Media) |
3 (1-4-4) | |
| ศึกษาหลักการ ทฤษฏี และกระบวนการในการสร้างสรรค์และผลิตงานสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเน้นให้ฝึกปฏิบัติการวางแผนรูปเล่ม การจัดเตรียมเนื้อหา การเตรียมและตกแต่งต้นฉบับ การออกแบบจัดหน้า การใช้ตัวอักษร และการจัดวางภาพ สำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร และหนังสือ เป็นต้น |
||
| MCOM 401 การบริหารงานสื่อสารมวลชน (Mass Communication Management) |
3 (3-0-6) | |
| ศึกษาหลักและแนวคิดในการบริหารองค์กรด้านสื่อสารมวลชน ทั้งในฐานะที่เป็น สถาบันทางสังคมและธุรกิจเอกชน โดยเน้นศึกษาการจัดโครงสร้างการบริหาร การกำหนดแผนและ นโยบาย การบริหารงานบุคคล การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย การจัดการด้านธุรกิจและการตลาด ตลอดจนศึกษาผลกระทบและการปรับตัวขององค์กรในสภาวการณ์ต่างๆ |
||
| MCOM 402 ระบบสารสนเทศสำหรับงานข่าว (Information Technology for Journalism) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาและวิเคราะห์ความสำคัญของการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศสำหรับงานข่าว ทั้งในด้านของการสืบค้นหาข้อมูล เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการรายงานข่าว ตลอดจนวิธีการ ประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลเพื่อเป็นฐานข้อมูลสำหรับใช้ในการอ้างอิง รวมทั้งศึกษาการใช้ระบบ -สารสนเทศ เพื่อบริหารจัดการข่าวสารข้อมูลในเชิงธุรกิจขององค์กรสื่อสารมวลชน |
||
| MCOM 403 การวิจัยด้านสื่อสารมวลชน (Mass Communication Research) |
3 (1-4-4) | |
| ศึกษาความหมายและแนวคิดของการทำวิจัย ทฤษฏี วิธีการ และเทคนิคต่างๆ รวมถึงขั้นตอน ของการทำวิจัยทางการสื่อสารมวลชน โดยมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติเพื่อให้นักศึกษามีความรู้ ทักษะ ความเข้าใจ จนสามารถผลิตผลงานวิจัย สามารถตีความงานวิจัย และสามารถเขียนรายงาน ผลสรุปจากการวิจัยทางการสื่อสารมวลชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
||
| MCOM 404 สัมมนาการสื่อสารมวลชน (Seminar in Mass Communication) |
3 (1-4-4) | |
| วิชาบังคับก่อน โดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ผู้สอน | ||
| นักศึกษาบรรยายและอภิปรายถึงงานที่ได้จากการศึกษาและค้นคว้าด้านการสื่อสาร
มวลชน โดยการควบคุมของอาจารย์ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในการแสดงความคิดเห็นอันจะเป็น ประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในอนาคต และเชิญผู้มีประสบการด้านการสื่อสารมวลชน มาบรรยาย หรืออภิปราย ให้นักศึกษาซักถาม รวมถึงให้คำแนะนำในการประกอบอาชีพทางด้าน การสื่อสารมวลชน นอกจากนี้นักศึกษายังต้องฝึกปฏิบัติการจัดดำเนินงานสัมมนาร่วมกับกลุ่มหรือ บุคคลภายนอก โดยดำเนินการตามขั้นตอนของการจัดสัมมนา เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะ ด้านการสื่อสารมวลชน |
||
| MCOM 311 สื่อมวลชนกับสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง (Mass Media and Society, Economy and Politics) |
3 (3-0-6) | |
| ใช้กลุ่มแนวคิดและทฤษฏีต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกรณีศึกษา (Case Study) เพื่อศึกษา และวิเคราะห์บทบาท ความสัมพันธ์ และผลกระทบของสื่อมวลชนที่มีต่อสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของไทย โดยเน้นศึกษาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต สืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต |
||
| MCOM 312 ภาษาอังกฤษสำหรับงานข่าว (English for Journalism) |
3 (1-4-4) | |
| วิชาบังคับก่อน เคยเรียนวิชา ภาษาอังกฤษสำหรับนิเทศศาสตร์ (ENCA 201) | ||
| ศึกษาหลักการและพัฒนาเทคนิคในการฟัง พูด อ่าน เขียน และแปล จนมีทักษะ ภาษาอังกฤษ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานด้านข่าว ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของการนำข้อมูลไปใช้อ้างอิงในการเขียนและรายงานข่าว การแปลข่าว รวมถึงการใช้ภาษา อังกฤษสำหรับการสื่อสาร และ/หรือสัมภาษณ์แหล่งข่าว |
||
| JOUR 314 การถ่ายภาพวารสารศาสตร์ (Photography for Journalism) |
3 (2-2-5) | |
| ศึกษาความหมาย ความสำคัญ และประเภทของภาพถ่ายในสิ่งพิมพ์ต่างๆ การจัดองค์ประกอบ ของภาพแต่ละประเภทเพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่าน ปฏิบัติการผลิตต้นแบบประเภทภาพขาวดำ ภาพสี ภาพสไลด์ หรือภาพดิจิตอล ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ เนื้อหาและรูปภาพ การประเมิน คุณค่าและคุณภาพของภาพถ่ายทางวารสารศาสตร์ |
||
| การปฏิบัติงาน | หน่วยกิต (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง) |
|
| COMM 499 การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา (Cooperative Education) |
9 (2-600-0) | |
| การเตรียมความพร้อมสำหรับสหกิจศึกษา (Preparation for cooperative Education) |
2 (2-0-0) | |
| ศึกษาหลักการและแนวคิดของสหกิจศึกษา จริยธรรมในการประกอบวิชาชีพ การสื่อสารบุคลิกภาพและมนุษย์สัมพันธ์ ความรู้พื้นฐานและเทคนิคในการสมัครงานอาชีพ และการไป ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ เทคนิคการนำเสนอโครงงานหรือผลงาน การเขียนและการนำเสนอ รายงาน และการเตรียมความพร้อมในการทำงานร่วมกับผู้อื่น | ||
| การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา (Cooperative Education) |
7 (0-600-0) | |
| ให้นักศึกษาไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการที่ดำเนินงานตรงกับสาขาวิชา 1 ภาค การศึกษา โดยใช้ความรู้ทางวิชาการไปปฏิบัติงานจริงเสมือนหนึ่งเป็นพนักงานของสถานประกอบการ นั้น เมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน นักศึกษาจะต้องจัดทำรายงานโครงการและนำเสนอผลการปฏิบัติงาน ต่ออาจารย์ที่ปรึกษาและผู้แทนข องสถานประกอบการ | ||
| COMM 408 การฝึกวิชาชีพนิเทศศาสตร์ (Communication Arts Internship) |
6 (0-400-0) | |
| ให้นักศึกษาไปฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการที่ดำเนินงานตรงกับสาขาวิชา ไม่น้อยกว่า 400 ชั่วโมง และ/หรือ 1 ภาคการศึกษา เพื่อเรียนรู้สภาพจริงของการปฏิบัติงาน ตลอดจน วิเคราะห์สภาพปัญหาและอุปสรรค พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหาได้ โดยจัดทำ เป็นโครงการกรณีศึกษาปัญหาพิเศษด้านนิเทศศาสตร์ ภายใต้การนิเทศและประเมินผลของอาจารย์ ประจำวิชาร่วมกับสถานประกอบการ พร้อมทั้งจัดทำรายงานโครงการกรณีศึกษาปัญหาพิเศษฯ เมื่อสิ้นสุดการฝึกวิชาชีพ |
||