มหาวิทยาลัยเนชั่น

Nation University มหาวิทยาลัยเนชั่น

หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์

    1. ชื่อหลักสูตร
    • ภาษาไทย : นิเทศศาสตรบัณฑิต
    • ภาษาอังกฤษ : Bachelor of Communication Arts
    2. ชื่อปริญญา
    • ชื่อเต็ม (ภาษาไทย) : นิเทศศาสตรบัณฑิต
    • ชื่อปริญญา (ภาษาอังกฤษ) : Bachelor of Communication Arts
    • อักษรย่อ : นศ.บ.
    • อักษรย่อ : B.Com.Arts
    3. หน่วยงานที่รับผิดชอบ
    • คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น
    4. ปรัชญาและ/หรือวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

      4.1 ปรัชญาหลักสูตร

      • ผลิตนักนิเทศศาสตร์ที่มีความรู้และทักษะเกี่ยวกับการสื่อสารสมัยใหม่ภายใต้หลักคุณธรรม และจริยธรรมในวิชาชีพ ด้วยจิตสำนึกในการรับใช้สังคม

      4.2 วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

      • หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิตมุ่งสร้างบัณฑิตให้เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน มีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับคนได้ ทุกระดับ ตลอดจนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการการสื่อสารทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการก้าวทันวิวัฒนาการการสื่อสารสมัยใหม่ จนสามารถประยุกต์ใช้ข่าวสารเพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนเอง ธุรกิจ และสังคมส่วนรวม

      • เพื่อผลิตบัณฑิตให้เป็นผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และ จิตสำนึกในการรับใช้สังคม

      • เพื่อสนับสนุนการสร้างงานวิจัยและการบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาสังคม การสื่อสารสื่อดิจิตอลและมัลติมีเดีย วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ วารสารสนเทศและ สิ่งพิมพ์ออนไลน์ การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชน

    5. คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา

      ศูนย์เนชั่นทาวเวอร์ กรุงเทพฯ   

      • ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าเท่านั้น อายุไม่เกิน 20 ปี นับตั้งแต่วันลงทะเบียนเรียน

      ลำปาง

      • ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า

      • ในกรณีเป็นผู้สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือเทียบเท่า หรืออนุปริญญา ในสาขาวิชาที่มีความเกี่ยวโยงกับหลักสูตรนิเทศศาสตร์    ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบ มหาวิทยาลัยเนชั่น  ว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาบัณฑิต พ.ศ. 2552

    6. การคัดเลือกผู้เข้าศึกษา
    • การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง (Admissions) ผู้สนใจสมัครในระบบกลาง (Admissions) ดูหลักเกณฑ์ จำนวน รายละเอียดและวิธีการสมัครในประกาศการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง หรือ www.cuas.or.th 

    • การรับตรงผู้เข้าศึกษา หลักสูตรที่เปิดรับศึกษาดู เงื่อนไข คุณสมบัติรายละเอียดได้ใน เว็บไซต์ของทางมหาวิทยาลัย

    • การรับตรงผู้เข้าศึกษา “โครงการเดอะเนชั่นยูโปร (The Nation – U Pro)” เป็นโครงการมุ่งผลิตบัณฑิตเรียนดี และเก่งแบบมืออาชีพ โดยรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม และสนใจเข้าศึกษาในสาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยสนับสนุนทุนการศึกษาและค่าใช้จ่าย หลักสูตรที่เปิดรับศึกษา เงื่อนไข คุณสมบัติ สามารถดูได้ทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย
    7. ระบบการจัดการศึกษา

      1. ระบบ  

      • การจัดการศึกษาให้เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยเนชั่น ว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาบัณฑิต พ.ศ. 2552 (ภาคผนวก ข)

      2. การจัดการศึกษาภาคฤดูร้อน

      • การจัดการเรียนการสอนภาคฤดูร้อนให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2548

      3. การเทียบเคียงหน่วยกิตในระบบทวิภาค

      • ไม่มี
    8. วัน-เวลาในการดำเนินการเรียนการสอน
    • ภาคเรียนที่ 1 เดือนมิถุนายน - กันยายน

    • ภาคเรียนที่ 2 เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์

    9. หลักสูตร
    หมวดวิชาศึกษาทั่วไป 33 หน่วยกิต ประกอบด้วย
    กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์  12  หน่วยกิต
    รหัส ชื่อวิชา หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
    ECON 100 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น
    (Principle of Economics )
    3 (3-0-6)
    LAWS 100 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย
    (Principle of Law)
    3 (3-0-6)
    PSYC 101 จิตวิทยาและการพัฒนาบุคลิกภาพ
    (Psychology and Personality Development)
    3 (3-0-6)
    SOCI 103 สังคมและวัฒนธรรมไทย
    (Thai Society and Culture )
    3 (3-0-6)
    กลุ่มวิชาภาษา  12  หน่วยกิต  
    THAI 101 การใช้ภาษาไทย
    (Thai Language Usage)
    3 (2-3-6)
    ENGL 101 ภาษาอังกฤษขั้นต้น
    (Beginning English)
    3 (2-3-6)
    ENGL 102 ภาษาอังกฤษขั้นกลาง
    (Intermediate English )
    3 (2-3-6)
    ENGL 201 ภาษาอังกฤษขั้นสูง
    (Advanced English)
    3 (2-3-6)
    กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ 6 หน่วยกิต
    MATH100 คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน
    (Mathematics in Daily Life)
    3 (3-0-6)
    COMP 100 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น
    (Introduction to Information Technology and Information Retrieval)
    3 (2-2-5)
    กลุ่มวิชาพลานามัย ให้เรียนไม่น้อยกว่า 3 หน่วยกิต
    PEHR 100 วิทยาการการออกกำลังกาย
    (Physical Education)
    3 (2-2-5)
     
    กลุ่มวิชาแกนนิเทศศาสตร์  ให้เรียนรายวิชาดังต่อไปนี้ จำนวน 36 หน่วยกิต
    รหัส ชื่อวิชา หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
    ACCT 101 การบัญชีขั้นต้น
    (Principles of Accounting)
    3 (3-0-6)
    ACCT 313 การบัญชีบริหาร
    (Managerial Accounting)
    3 (3-0-6)
    BLAW 101 กฎหมายธุรกิจ
    (Business Law)
    3 (3-0-6)
    BUSI 201 การเงินธุรกิจ
    (Business Finance)
    3 (3-0-6)
    BUSI 303 การภาษีอากร
    (Taxation)
    3 (3-0-6)
    BUSI 304 วิธีการวิจัยธุรกิจ
    (Research Methods in Business)
    3 (3-0-6)
    BUSI 305 การจัดการเชิงกลยุทธ์
    (Strategic Management)
    3 (3-0-6)
    BUSI 306 การวิเคราะห์เชิงปริมาณทางธุรกิจ
    (Quantitative Analysis in Business)
    3 (3-0-6)
    BUSI 307 จริยธรรมทางธุรกิจ
    (Business Ethics)
    3 (3-0-6)
    BUSI 308 ผู้ประกอบการธุรกิจใหม่
    (New Entrepreneurship)
    3 (3-0-6)
    CPIS 101 เทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น
    (Introduction to Information Technology)
    3 (2-2-5)
    ECON 105 เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ
    (Business Economics)
    3 (3-0-6)
    MGMT 201 หลักการจัดการ
    (Principles of Management)
    3 (3-0-6)
    MKTG 201 หลักการตลาด
    (Principles of Marketing)
    3 (3-0-6)
    STAT 103 สถิติธุรกิจเบื้องต้น
    (Fundamental Business Statistics)
    3 (3-0-6)
     
    กลุ่มวิชาเอก  เลือกเรียนจากรายวิชาในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว จำนวน 33 หน่วยกิต
    กลุ่มที่ 1 กลุ่มวิชาการตลาด (Marketing)
    รหัส ชื่อวิชา หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
    ESMT 422 การจัดการห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์
    (Logistics and Supply Chain Management)
    3 (3-0-6)
    MKTG 211 พฤติกรรมผู้บริโภค
    (Consumer Behavior)
    3 (3-0-6)
    MKTG 212 การบริหารการขาย
    (Sales Management)
    3 (3-0-6)
    MKTG 311 การบริหารผลิตภัณฑ์และราคา
    (Product and Price Management)
    3 (3-0-6)
    MKTG 312 การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ
    (Integrated Marketing Communication)
    3 (3-0-6)
    MKTG 313 การบริหารการตลาด
    (Marketing Management)
    3 (3-0-6)
    MKTG 314 การบริหารตราสินค้า
    (Brand Management)
    3 (3-0-6)
    MKTG 315 การบริหารลูกค้าสัมพันธ์
    (Customer Relationship Management)
    3 (3-0-6)
    MKTG 321 ศิลปการขาย
    (Salesmanship)
    3 (3-0-6)
    MKTG 322 การบริหารการค้าปลีกและค้าส่ง
    (Retailing and Wholesaling Management)
    3 (3-0-6)
    MKTG 323 การตลาดบริการ
    (Service Marketing)
    3 (3-0-6)
    MKTG 324 การตลาดทางตรง
    (Direct Marketing)
    3 (3-0-6)
    MKTG 411 สัมมนาการตลาด
    (Seminar in Marketing)
    3 (3-0-6)
    MKTG 412 หัวข้อพิเศษทางวิชาชีพ
    (Current Issues in Entrepreneurship)
    3 (3-0-6)
    MKTG 421 การวิจัยตลาด
    (Marketing Research)
    3 (3-0-6)
    MKTG 422 หัวข้อพิเศษทางการตลาด
    (Current Issues in Marketing)
    3 (3-0-6)
    MKTG 499 การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา
    (Cooperative Education)
    9 (2-40-0)
    BUSI 311 การฝึกงาน
    (Practicum)
    0 (1-40-0)
     
    กลุ่มวิชาเอก  เลือกเรียนจากรายวิชาในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว จำนวน 33 หน่วยกิต
    กลุ่มที่ 2 กลุ่มวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management)
    รหัส ชื่อวิชา หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
    HRMT 311 การบริหารทรัพยากรมนุษย์
    (Human Resource Management)
    3 (3-0-6)
    HRMT 312 พฤติกรรมองค์การและการจัดการ
    (Organizational Behavior and Management)
    3 (3-0-6)
    HRMT 313 พฤติกรรมบุคคลและการสื่อสารในองค์การ
    (Human Behavior and Organization Communication )
    3 (3-0-6)
    HRMT 314 การสรรหาและการคัดเลือกทรัพยากรมนุษย์
    (Recruitment and Selection)
    3 (3-0-6)
    HRMT 315 การบริหารค่าตอบแทน
    (Compensation Management)
    3 (3-0-6)
    HRMT 316 การฝึกอบรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
    (Training and Human Resource Development)
    3 (3-0-6)
    HRMT 411 การจัดการผลการปฏิบัติงาน
    (Performance Management)
    3 (3-0-6)
    HRMT 412 แรงงานสัมพันธ์
    (Labor Relation)
    3 (3-0-6)
    HRMT 413 การวิเคราะห์งานและการจำแนกตำแหน่งงาน
    (Job Analysis and Position Classification)
    3 (3-0-6)
    HRMT 414 สัมมนาการจัดการทรัพยากรมนุษย์
    (Seminar in Human Resource Management)
    3 (3-0-6)
    HRMT421 การวิจัยงานบุคคล
    (Research in Personnel)
    3 (3-0-6)
    HRMT 422 การวางแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์
    (Strategic Human Resource Management Planning)
    3 (3-0-6)
    HRMT 423 การสร้างทีมงานและการบริหารทีมงาน
    (Team Development and Management)
    3 (3-0-6)
    HRMT 424 หัวข้อพิเศษทางการจัดการทรัพยากรมนุษย์
    (Current Issues in Human Resource Management)
    3 (3-0-6)
    HRMT 425 องค์กรแห่งการเรียนรู้และการบริหารความรู้
    (Learning Organization and Knowledge Management)
    3 (3-0-6)
    HRMT 426 ปัญหาในการจัดการทรัพยากรมนุษย์
    (Problem in Human Resource Management)
    3 (3-0-6)
    HRMT 499 การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา
    (Cooperative Education)
    9 (2-40-0)
    BUSI 311 การฝึกงาน
    (Practicum)
    0 (1-40-0)
     
    กลุ่มวิชาเอก  เลือกเรียนจากรายวิชาในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว จำนวน 33 หน่วยกิต
    กลุ่มที่ 3 กลุ่มวิชาการประกอบการ (Entrepreneurship)
    รหัส ชื่อวิชา หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
    ESMT 311 การจัดการธุรกิจครอบครัว
    (Family Business Management)
    3 (3-0-6)
    ESMT 312 การจัดการธุรกิจในภาวะเจริญเติบโต
    (Managing Growth in Business)
    3 (3-0-6)
    ESMT 313 ทักษะและพฤติกรรมผู้ประกอบการ
    (Skills and Behavior of the Entrepreneur)
    3 (3-0-6)
    ESMT 314 การจัดการธุรกิจขนาดย่อม
    (Small Business Management)
    3 (3-0-6)
    ESMT 315 การจัดการการเงินเพื่อการประกอบการ
    (Entrepreneurial Finance)
    3 (3-0-6)
    ESMT 316 นวัตกรรมและการบริหารความเปลี่ยนแปลง
    (Innovation and Change Management)
    3 (3-0-6)
    ESMT 411 การตลาดสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ
    (Marketing for Entrepreneur)
    3 (3-0-6)
    ESMT 414 สัมมนาการประกอบการธุรกิจขนาดย่อม
    (Seminar in Entrepreneurship)
    3 (3-0-6)
    ESMT 421 ประสบการณ์ประกอบการธุรกิจ
    (Living the Entrepreneurial Experience)
    3 (3-0-6)
    ESMT 422 การจัดการห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์
    (Logistics and Supply Chain Management)
    3 (3-0-6)
    ESMT 423 การเริ่มต้นธุรกิจ 3
    (New Business Venture)
    3 (3-0-6)
    ESMT 424 การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การ
    (Organization Change and Organizational Development)
    3 (3-0-6)
    ESMT 425 การเลือกใช้รูปแบบโครงสร้างเพื่อการขยายตัวอย่างทันการของธุรกิจ
    (Exploiting Rapid Growth Opportunities)
    3 (3-0-6)
    ESMT 426 หัวข้อพิเศษทางการประกอบการ
    (Current Issues in Entrepreneurship )
    3 (3-0-6)
    ESMT 427 การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ
    (International Business Management)
    3 (3-0-6)
    ESMT 428 การบริหารความขัดแย้งและการเจรจาต่อรอง
    (Conflict Management and Negotiation)
    3 (3-0-6)
    ESMT 499 การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา
    (Cooperative Education)
    9 (2-40-0)
    BUSI 311 การฝึกงาน
    (Practicum)
    0 (1-40-0)
     
    กลุ่มวิชาเอก  เลือกเรียนจากรายวิชาในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว จำนวน 33 หน่วยกิต
    กลุ่มที่ 4 กลุ่มวิชาการบริหารการค้าและอุตสาหกรรม (Commercial and Industrial Management)
    รหัส ชื่อวิชา หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
    CIMT 311 การจัดการการผลิตและปฏิบัติการ
    (Production and Operation Management)
    3 (3-0-6)
    CIMT 312 การบริหารโครงการ
    (Project Management)
    3 (3-0-6)
    CIMT 411 การบริหารผลการปฏิบัติงาน
    (Performance Management)
    3 (3-0-6)
    CIMT 412 หัวข้อพิเศษทางการค้าและอุตสาหกรรม
    (Current Issues in Commercial and Industrial Management)
    3 (3-0-6)
    CIMT 413 การบริหารธุรกิจสมัยใหม่
    (Modern Business Management)
    3 (3-0-6)
    CIMT 414 สัมมนาการบริหารการค้าและอุตสาหกรรม
    (Seminar in Commercial and Industrial Management)
    3 (3-0-6)
    ESMT 314 การจัดการธุรกิจขนาดย่อม
    (Small Business Management)
    3 (3-0-6)
    ESMT 316 นวัตกรรมและการบริหารความเปลี่ยนแปลง
    (Innovation and Change Management)
    3 (3-0-6)
    ESMT 424 การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การ
    (Organization Change and Organizational Development)
    3 (3-0-6)
    ESMT 428 การบริหารความขัดแย้งและการเจรจาต่อรอง
    (Conflict Management and Negotiation)
    3 (3-0-6)
    HRMT 311 การบริหารทรัพยากรมนุษย์
    (Human Resource Management)
    3 (3-0-6)
    HRMT 312 พฤติกรรมองค์การและการจัดการ
    (Organizational Behavior and Management)
    3 (3-0-6)
    HRMT 412 แรงงานสัมพันธ์
    (Labor Relation)
    3 (3-0-6)
    MKTG 211 พฤติกรรมผู้บริโภค
    (Consumer Behavior)
    3 (3-0-6)
    MKTG 312 การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ
    (Integrated Marketing Communication)
    3 (3-0-6)
    MKTG 313 การบริหารการตลาด
    (Marketing Management)
    3 (3-0-6)
    MKTG 323 การตลาดบริการ
    (Service Marketing)
    9 (2-40-0)
    CIMT 499 การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา
    (Co-operative Education)
    0 (1-40-0)
    หรือ    
    BUSI 311 การฝึกงาน
    (Practicum)
    0 (1-40-0)
    ENGL 307 การสนทนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ
    (English Conversation for Business Communication)
    3 (3-0-6)
     
    กลุ่มวิชาเอก  เลือกเรียนจากรายวิชาในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว จำนวน 33 หน่วยกิต
    กลุ่มที่ 5 กลุ่มวิชาการบริหารจัดการธุรกิจความงามและสุขภาพ (Aesthetic and Health Business Management)
    รหัส ชื่อวิชา หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
    AHMT 211 ธุรกิจความงามและสุขภาพ
    (Aesthetic and Health Business)
    3 (3-0-6)
    AHMT 212 พฤติกรรมองค์กรและผู้บริโภคในธุรกิจความงามและสุขภาพ
    (Organization and Consumer Behavior in Aesthetic and Health
    Business)
    3 (3-0-6)
    AHMT 213 บุคลิกภาพ และจิตวิทยาสำหรับการบริการความงาม และสุขภาพ
    (Personality and Psychology for Beauty Service and Health)
    3 (3-0-6)
    AHMT 311 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สำหรับธุรกิจความงามและสุขภาพ
    (Human Resource Development in Aesthetic and Health Business)
    3 (3-0-6)
    AHMT 312 การตลาดสำหรับธุรกิจความงามและสุขภาพ
    (Aesthetic and Health Business Marketing)
    3 (3-0-6)
    AHMT 313 การแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านล้านนาเพื่อความงามและสุขภาพ
    (Thai Traditional and Lanna Medicine for Aesthetic and Health)
    3 (3-0-6)
    AHMT 314 เครื่องมือสำหรับธุรกิจความงามและสุขภาพ
    (Instrument for Aesthetic and Health)
    3 (3-0-6)
    AHMT 315 กฎหมายและจริยธรรมในธุรกิจความงามและสุขภาพ
    (Law and Ethic in Aesthetic and Health Business)
    3 (3-0-6)
    AHMT 316 การจัดการธุรกิจสปาและสถานเสริมความงาม
    (Spa and Beauty Salon Management)
    3 (3-0-6)
    AHMT 411 การจัดการธุรกิจเครื่องสำอาง
    (Cosmetic Business Management)
    3 (3-0-6)
    AHMT 412 ปัญหาพิเศษทางการจัดการธุรกิจความงามและสุขภาพ
    (Special Problems in Aesthetic and Health Business)
    3 (3-0-6)
    AHMT 413 สัมมนาการจัดการธุรกิจความงามและสุขภาพ
    (Seminar in Aesthetic and Health Business Management)
    3 (3-0-6)
    AHMT 499 การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา
    (Co-operative Education)
    9 (2-40-0)
    ENGL 307 การสนทนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ
    (English Conversation for Business Communication)
    3 (3-0-6)
     
    กลุ่มวิชาโท 15 หน่วยกิต
    ให้เลือกจากรายวิชาในสาขาวิชาอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยหรือกลุ่มที่แตกต่างจากกลุ่มวิชาเอกในคณะบริหารธุรกิจอีกจำนวน 15 หน่วยกิต
     
    หมวดวิชาเลือกเสรี 9 หน่วยกิต
    หมายเหตุ เฉพาะกลุ่มวิชาที่ 5 ต้องลงทะเบียนเรียนวิชาการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา
    10. คำอธิบายรายวิชา
     
    หมวดการศึกษาทั่วไป
    หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
      ECON 100 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น
    (Principles of Economics)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาถึงแนวคิดและหลักการทางเศรษฐศาสตร์ความสำคัญและประโยชน์ของวิชาเศรษฐ -
    ศาสตร์ ในชีวิตประจำวัน อุปสงค์ อุปทานของสินค้า พฤติกรรมผู้บริโภค และผู้ผลิต โครงสร้างตลาด ในระบบเศรษฐกิจ นโยบายหลักทางเศรษฐกิจทางด้านการเงิน การคลัง และการค้า การกำหนด รายได้ประชาชาติ และการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้
     
      LAWS 100 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย
    (Principles of Laws)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาประวัติและวิวัฒนาการของกฎหมาย ความหมาย ลักษณะและประเภทของ กฎหมาย สิทธิ หน้าที่ การบังคับใช้และการตีความกฎหมาย หลักกฎหมายทั่วไปตามประมวล
    กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายรัฐธรรมนูญ
     
      PSYC 101 จิตวิทยาและการพัฒนาบุคลิกภาพ
    (Psychology and Personality Development)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาความเป็นมาของวิชาจิตวิทยา แนวคิดในการศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ การสัมผัส การรับรู้ อารมณ์ แรงจูงใจ การจำ การคิด การตัดสินใจ บุคลิกภาพ การปรับตัวการสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคล การพัฒนาบุคลิกภาพเพื่อการยอมรับอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อพฤติกรรม ตลอดจนการเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม และการนำเอาจิตวิทยามาประยุกต์ใช้ให้ เกิดประโยชน์ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน  
      SOCI 103 สังคมและวัฒนธรรมไทย
    (Thai Society and Culture)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาลักษณะพื้นฐาน ความเป็นมา และลักษณะอารยธรรมของสังคมไทยในภาค เหนือ การผสมผสานทางชาติพันธุ์ และวัฒนธรรม การกล่อมเกลาทางสังคม การควบคุมสังคม ตลอดจนพัฒนาการของโครงสร้าง หน้าที่ และการเปลี่ยนแปลงของสังคม กระบวนการทางการเมือง และการปกครอง สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม สถานการณ์ปัจจุบันและ แนวโน้มในอนาคตได้  
      ENGL 101 ภาษาอังกฤษขั้นต้น
    (Beginning English)
    3 (2-3-6)
      ศึกษาโครงสร้างและรูปแบบประโยคพื้นฐานในภาษาอังกฤษและการฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน โดยเน้นความรู้ ความเข้าใจหลักไวยากรณ์ เพื่อเป็นพื้นฐานการนำมาใช้ และเขียนให้ ถูกต้องสำหรับการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน การเขียนประโยคสั้น ๆ  
      ENGL 102 ภาษาอังกฤษขั้นกลาง
    (Intermediate English)
    3 (2-3-6)
      วิชาบังคับก่อน ภาษาอังกฤษขั้นต้น (ENGL 101)  
      ศึกษาโครงสร้างประโยคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเน้นการฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน และไวยากรณ์ในระดับสูงขึ้น ฝึกการฟังเพื่อจับใจความสำคัญ และรายละเอียดที่สำคัญ เพื่อความสามารถในการฟัง พูด อ่าน และเขียนอย่างถูกต้อง  
      ENGL 201 ภาษาอังกฤษขั้นสูง
    (Advanced English)
    3 (2-3-6)
      วิชาบังคับก่อน ภาษาอังกฤษขั้นกลาง (ENGL 102)  
      ศึกษาการใช้ประโยค และฝึกการใช้ทักษะบูรณาการเพื่อการสื่อสารในสถานการณ์ ต่าง ๆ เรียนรู้สำนวนที่ถูกต้องในการสนทนา และการเขียน เช่น การสัมภาษณ์เพื่อเข้าทำงาน การเล่าเรื่องสั้น ๆ โดยการฝึกสนทนากลุ่มย่อย และการเขียนรูปแบบต่าง ๆ  
      THAI 101 การใช้ภาษาไทย
    (Thai Language Usage)
    3 (2-3-6)
      ศึกษาการใช้ภาษาไทย และการฝึกทักษะด้านต่างๆ ทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และ การเขียนประเภทต่างๆ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ กระบวนความพรรณนา กระบวนความเชิงอธิบาย ตลอดจนพัฒนาทักษะการวิพากษ์และการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์  
      COMP 100 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น
    (Introduction to Information Technology and Information Retrieval)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ ระบบ -เครือข่าย การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ต ระบบจัดเก็บและสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ การนำสารสนเทศ มาใช้อาทิ การสืบค้นสารสนเทศ การใช้โปรแกรมนำเสนอสารสนเทศการใช้โปรแกรมกระดาษทำการ  
      MATH 100 คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน
    (Mathematics in Daily Life)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาระบบจำนวนจริง เซต ความสัมพันธ์เชิงฟังก์ชัน การจำลองแบบทางคณิต -ศาสตร์ เมทริกซ์ การเทียบบัญญัติไตรยางศ์ ตรรกศาสตร์เบื้องต้น และการประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจำวัน ระเบียบ วิธีทางสถิติ การรวบรวมและการนำเสนอข้อมูล การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง และการวัดการกระจายข้อมูล  
      PEHR 100 วิทยาการการออกกำลังกาย
    (Physical Education)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาโครงสร้างและระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อนำหลักการและวิธีการไป ประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพ และสามารถนำกิจกรรมกีฬาอย่างน้อย 1 ชนิดกีฬาเป็นสื่อในการออก -กำลังกายให้เกิดภาวะสุขภาพและคุณภาพ ชีวิตที่ดี  

     

     
    วิชาแกน หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
      COMM 101 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสาร
    (Introduction to Communication Arts)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาความหมาย ความสำคัญ วิวัฒนาการ องค์ประกอบ ปัจจัยที่สนับสนุนหรือ สกัดกั้นประสิทธิภาพของการสื่อสารรูปแบบต่างๆ ประเภทอิทธิพล ตลอดจนผลที่เกิดขึ้นของการ สื่อสารทั้งการสื่อสารระหว่างบุคค กลุ่มบุคคลและการสื่อสารมวลชน แนวความคิดและหลักเกณฑ์
    ที่ทำให้กระบวนการสื่อสารดำเนินไปอย่างมีประสิทธิผล ความรับผิดชอบสื่อมวลชนต่อสังคม และ ประโยชน์การสื่อสารต่อการพัฒนาประเทศ
     
      COMM 102 จิตวิทยาการสื่อสารและพฤติกรรมผู้รับสาร
    (Communication Psychology and Receiver's Behavior)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาหลัก ทฤษฎี และการประยุกต์ใช้ความรู้ทางจิตวิทยา พฤติกรรมทางสังคมของ บุคคลและกลุ่มเกี่ยวกับการรับรู้ การเรียนรู้ มนุษยสัมพันธ์และบุคลิกภาพ การจูงใจในการทำงาน จิตวิทยาการนำและการทำงานเป็นทีม กระบวนการและพฤติกรรมการสื่อสาร การประยุกต์ใช้หลัก จิตวิทยาในการสื่อสาร ปัจจัยที่ส่งผลถึงพฤติกรรมการรับสารในลักษณะต่างๆ การเปลี่ยนทัศนคติ การเปลี่ยนพฤติกรรม และการเข้าถึงผู้รับสาร  
      COMM 103 หลักและทฤษฎีการสื่อสารมวลชน
    (Principles and Theory of Mass Communication)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาความหมาย วิวัฒนาการ ความสำคัญ องค์ประกอบ ตลอดจนบทบาท หน้าที่ และอิทธิพลของการสื่อสารมวลชน องค์กรด้านการสื่อสารมวลชน โครงสร้างและระบบการบริหาร สื่อสารมวลชน ลักษณะของการสื่อสารมวลชนประเภทต่างๆ รวมถึงทฤษฎีและแนวความคิดทางการ สื่อสารและการสื่อสารมวลชน ทั้งในด้านจิตวิทยาและสังคมวิทยาที่มีผลกระทบต่อบุคคลและสังคม  
      COMM 201 การถ่ายภาพและภาพยนตร์
    (Introduction to Photography and Cinematography)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการ ทฤษฎี และฝึกปฏิบัติการถ่ายภาพและภาพยนตร์เพื่อการสื่อสาร โดยให้มีความรู้ความเข้าใจและทักษะในการใช้อุปกรณ์ต่างๆทุกระบบรวมถึงวิธีการถ่ายภาพในลักษณะ ต่างๆ การล้างฟิล์ม การอัดภาพ การขยายภาพ การถ่ายทำและการตัดต่อภาพยนตร์  
      COMM 202 การวิเคราะห์สถานการณ์และการรายงานข่าวเบื้องต้น
    (Introduction to News Reporting and Analysis)

    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการวิเคราะห์สถานการณ์ และภูมิหลังของปัญหาในประเทศและระหว่าง
    ประเทศ และการฝึกปฏิบัติวิเคราะห์สถานการณ์และการนำเสนอของสื่อมวลชน รวมถึงหลักและ ทฤษฎี องค์ประกอบ และเทคนิคการเขียนข่าวรูปแบบต่างๆ สำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และการเขียนข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์ การลำดับความคิดที่แสดงออกโดยการเขียน การใช้คำและภาษาที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพโดยเน้นการฝึกปฏิบัติ
     
      COMM 203 บุคลิกภาพและทักษะการสื่อสาร
    (Personality and Communication Skill)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการ ทฤษฎี และฝึกทักษะการคิดและการสื่อสารในลักษณะต่างๆทั้งด้าน
    การฟัง การอ่าน การพูด และการเขียนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการติดต่อประสานงาน การนำเสนอ การดำเนินรายการวิทยุและโทรทัศน์ และการอภิปราย รวมถึงศึกษาการพัฒนาบุคลิกภาพทั้งภายใน และภายนอก บุคลิกภาพผู้นำในงานนิเทศศาสตร์ การแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ทั้งด้านการพูด กริยา และท่าทาง การวางตนและการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ ทั้งด้านการปฏิสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลและการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะชน
     
      COMM 204 ความคิดเชิงวิพากษ์และความคิดสร้างสรรค์
    (Critical Thinking and Creative Thinking)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมายและกระบวนการของความคิดเชิงวิพากษ์ และความคิดสร้างสรรค์ ฝึกฝนทักษะให้นักศึกษาให้เป็นผู้มีความคิดเชิงวิพากษ์และมีความคิดสร้างสรรค์ การวินัจฉัยข้ออ้าง และข้อสมมติ และการศึกษาแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบต่างๆ  
      COMM 205 คอมพิวเตอร์เพื่องานนิเทศศาสตร์
    (Computer for Media Production)
    3 (2-2-5)
      วิชาบังคับก่อน เคยเรียน เทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น (COMP 100)  
      ศึกษาแนวคิดในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่องานนิเทศศาสตร์ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อการออกแบบกราฟฟิก การออกแบบจัดหน้าสิ่งพิมพ์ การตกแต่งภาพ และการนำเสนองาน เช่น Microsoft PowerPoint, Adobe PageMaker, Adobe Illustrator และ Adobe PhotoShop  
      COMM 206 กฎหมายและจริยธรรมในงานนิเทศศาสตร์
    (Laws and Ethics for Communication Arts)
    3 (3-0-6)
      วิชาบังคับก่อน ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย (LAW 100)  
      ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานด้านนิเทศศาสตร์ เช่น กฎหมายธุรกิจ และการ โฆษณา พระราชบัญญัติการพิมพ์ พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่น ความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การหมิ่นประมาท รวมถึงสิทธิและเสรีภาพของการแสดงความคิดเห็น และการแสดงออก ขอบเขตของสิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ และ ความรับผิดชอบของนักนิเทศศาสตร์อันพึงมีต่อสังคม  
      COMM 207 หลักการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    (Principle of New Media and Multimedia)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาความหมาย ความสำคัญ แนวคิด ทฤษฎี องค์ประกอบ โครงสร้าง คุณลักษณะ กระบวนการ และวิวัฒนาการของการสื่อสารสมัยใหม่และมัลติมีเดีย อิทธิพลที่มีต่อบุคคลและสังคม การนำไปใช้เพื่อการสื่อสารและการพัฒนางานด้านนิเทศศาสตร์  
      ENCA 201 ภาษาอังกฤษสำหรับนักนิเทศศาสตร์
    (English for Mass Communication)
    3 (1-4-4)
      วิชาบังคับก่อน ภาษาอังกฤษขั้นสูง (ENGL 201)  
      ฝึกฝนทักษะในการฟัง พูด อ่าน เขียน แปล ตลอดจนศึกษาคำศัพท์และสำนวนภาษา อังกฤษ ที่ใช้สำหรับการทำงานด้านนิเทศศาสตร์ โดยผ่านสื่อประเภทต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร รายการวิทยุ และรายการโทรทัศน์ ตลอดจนฝึกการสนทนา เพื่อให้นักศึกษาสามารถสื่อสาร และแสดงความคิดเห็น ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงานด้านนิเทศศาสตร์  
      MKTG 312 การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ
    (Integrated Marketing Communication)
    3 (3-0-6)
      วิชาบังคับก่อน หลักการตลาด (MKTG 201)  
      ศึกษาวิธีการวางแผนควบคุมดำเนินการ และควบคุมการกระตุ้นความต้องการใน
    การบริโภค โดยใช้การสื่อสารทางการตลาดแบบบูรณาการ ประกอบด้วย การขายแบบตัวต่อตัว การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขายโดยวิธีการต่างๆ และการตลาดทางตรง การจัดทำ งบประมาณการส่งเสริมการตลาด การประเมินผลและควบคุม
     

     

     
    กลุ่มวิชาเอกที่ 1 การสื่อสารสื่อดิจิตอลและมัลติมีเดีย หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
      DCOM 301 หลักการสื่อสารเครือข่ายและสังคมออนไลน์
    (Principles of Social Network Communication)
    3 (3-0-6)
     

    ศึกษาหลักการ ความหมาย ความสำคัญ คุณลักษณะและรูปแบบของระบบเครือข่าย
    อินเทอร์เน็ต พื้นฐานการทำงานของระบบออนไลน์ ภาษาเบื้องต้นสำหรับอินเทอร์เน็ตการสร้าง
    โฮมเพจ เบื้องต้น และการสืบค้นฐานข้อมูลออนไลน์ เพื่อนำมาใช้ในงานด้านการสื่อสารสื่อใหม่
    และมัลติมีเดีย

     
      DCOM 302 เทคโนโลยีสำหรับการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    (Technology for New Media and Multimedia Communication)
    3 (3-0-6)
      วิชาบังคับก่อน หลักการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย (DCOM 301)  
      ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมในระบบการสื่อสารสมัยใหม่ เทคโนโลยีการพิมพ์
    เทคโนโลยีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เทคโนโลยีการสื่อสารทางไกล
    เทคโนโลยีภาพนิ่ง เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงโปรแกรมสำเร็จรูปมัลติมีเดียเพื่อ
    การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต
    การวิเคราะห์และประเมินผลในแง่มุมการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจาก
    เทคโนโลยีสื่อสารมวลชนและสื่อใหม่
     
      DCOM 303 คอมพิวเตอร์และโปรแกรมประยุกต์ขั้นต้นสำหรับมัลติมีเดีย
    (Basic Computer and Applied Program for Multimedia)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาประวัติ ความเป็นมา ของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในแบบไมโครคอมพิวเตอร์
    หลักการทำงานเบื้องต้น อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการของไมโครคอมพิวเตอร์
    การใช้โปรแกรมประยุกต์ในงานมัลติมีเดีย แนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบประยุกต์สำหรับงานมัลติมีเดีย
    ขั้นตอนและวิธีการเบื้องต้นในการนำโปรแกรมประยุกต์ด้านภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และกราฟิก
    ไปใช้ในงานนิเทศศาสตร์เพื่อผลิตงานด้านการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย โดยมีการฝึกปฏิบัติ
     
      DCOM 304 ความคิดสร้างสรรค์ในงานการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    (Creativity in New Media and Multimedia Communication)
    3 (3-0-6)
      ศึกษากระบวนการคิดที่เป็นระบบ ขั้นตอน พฤติกรรมที่แสดงออก องค์ประกอบ
    ของกระบวนการคิดเพื่อการสร้างสรรค์ และฝึกทักษะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนากระบวนการคิดอย่าง
    สร้างสรรค์เพื่อผลิตงานด้านการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
     
      DCOM 305 ศิลปะการใช้ภาพและเสียงประกอบงานสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    (Arts of Picture and Sound for New Media and Multimedia)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาศิลปะ รูปแบบ การใช้ภาพและเสียงประกอบในงานสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    กระบวนการนำภาพและเสียงมาใช้ประกอบกับงานสื่อใหม่อย่างสร้างสรรค์ การปรับปรุงคุณภาพสื่อ
    ด้วยภาพและเสียงประกอบ ตลอดจนการนำเสนองานในรูปแบบต่างๆ โดยใช้ภาพและเสียงประกอบ
    ได้อย่างเหมาะสมลงตัว
     
      DCOM 306 กราฟิกดีไซน์เพื่อการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    (Graphic Design for New Media and Multimedia Communication)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมาย ความสำคัญ หลักการออกแบบและการสร้างสรรค์งานกราฟิก-ดีไซน์
    ทางไมโครคอมพิวเตอร์ ฝึกปฏิบัติการออกแบบกราฟิกเพื่อใช้ในการผลิตงานด้านการสื่อสาร
    สื่อใหม่ และมัลติมีเดียในรูปแบบต่างๆ
     
      DCOM 401 กราฟิกแอนิเมชั่น
    (Graphic Animation)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมาย ลักษณะ ความสำคัญ องค์ประกอบและกระบวนการสร้างภาพกราฟิก
    แบบสองมิติและแบบสามมิติ โดยใช้โปรแกรมประยุกต์ในไมโครคอมพิวเตอร์
    สำหรับสร้างต้นแบบภาพกราฟิกที่เคลื่อนไหวได้ ในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำมาใช้ประกอบงาน
    ด้านการสื่อสารสื่อใหม่ และมัลติมีเดีย โดยมีการฝึกปฏิบัติ
     
      DCOM 402 การจัดการเชิงธุรกิจเทคโนโลยีสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    (New Media and Multimedia Technology Business Management)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาประวัติและพัฒนาการของสื่อใหม่ ผลกระทบที่มีต่อผู้รับสาร สังคม วัฒนธรรม
    การปรับตัวขององค์กรและบุคลากรด้านสื่อสารมวลชน การวางแผน การจัดการ
    ระบบงานด้านสื่อใหม่ และมัลติมีเดียที่สัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ นโยบายการใช้เทคโนโลยีสื่อใหม่
    และมัลติมีเดียตามบทบาท หน้าที่ต่างๆ ในองค์กรสื่อสารมวลชน ตลอดจนการค้นคว้าและ
    พัฒนาข้อมูลด้านการสื่อสารสื่อใหม่และ มัลติมีเดียเพื่อใช้ในด้านการจัดการเชิงธุรกิจ
    อย่างมีประสิทธิภาพ
     
      DCOM 403 การวิจัยการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    (Research in New Media and Multimedia Communication)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมาย ความสำคัญ บทบาท กระบวนการ ประเภท คุณลักษณะ ระเบียบวิธี
    การออกแบบ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนรายงานการวิจัย รวมถึงสถิติเบื้องต้น
    ที่จำเป็นสำหรับการวิจัยการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย โดยมีการฝึกปฏิบัติทำวิจัย
    เพื่อประโยชน์ต่อ งานด้านการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
     
      DCOM 404 สัมมนาการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    (Seminar in New Media and Multimedia Communication)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมายของการสัมมนา จุดมุ่งหมาย องค์ประกอบ กระบวนการ รูปแบบ
    และเทคนิคในการจัดสัมมนา ศึกษาวิเคราะห์ลักษณะและกระบวนการในการดำเนินงานของ
    การสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย เพื่อให้เข้าถึงปัญหาอุปสรรคและข้อเท็จจริง
    การหาแนวทางในการ แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานของการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    ฝึกจัดสถานการณ์จำลอง หรือ สถานการณ์จริงในการสัมมนาการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    ในประเด็นที่เหมาะสมและน่าสนใจ
     
      DCOM 311 การใช้อุปกรณ์ดิจิตอลในงานการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    (Digital Hardware Application for New Media and Multimedia Communication)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการ การทำงานของอุปกรณ์ดิจิตอลและมัลติมีเดียชนิดต่างๆ ทั้งแบบ
    อุปกรณ์เดี่ยวและอุปกรณ์ต่อเชื่อมที่ใช้ในงานการสื่อสารสื่อใหม่ การนำเสนอสื่อมัลติมีเดีย
    ตลอดจน การใช้งานอย่างถูกต้อง และการดูแลรักษาอุปกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ
    โดยมีการฝึกปฏิบัติ
     
      DCOM 312 จิตวิทยาการนำเสนองานด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิก
    (Psychology for Work Presentation with Computer Graphic)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีด้านจิตวิทยาและสังคมวิทยาที่เกี่ยวข้องและมีผลต่อการรับรู้ การเรียนรู้
    ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้รับสาร เพื่อนำมาประกอบในการนำเสนองานด้วย คอมพิวเตอร์กราฟิก
    ตลอดจนศึกษาถึงผลของการใช้เทคนิคด้านการออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิก ที่มีต่อผู้รับสาร
     
      DCOM 313 คอมพิวเตอร์และโปรแกรมประยุกต์ขั้นสูงสำหรับมัลติมีเดีย
    (Advanced Computer and Applied Program for Multimedia)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาการทำงานของไมโครคอมพิวเตอร์ ในด้านระบบและวงจรทางอิเล็กทรอนิคส์ สำคัญ
    ระบบการประสานงานในวงจรและชิปเซ็ท ระบบหน่วยความจำ ค่ ามาตรฐานต่างๆ ที่ใช้ใน
    ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ปัจจุบัน อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นในงานสื่อใหม่ และการเลือกใช้งานร่วมกัน
    อย่างมีเสถียรภาพกับโปรแกรมประยุกต์ในงานด้านมัลติมีเดีย ขั้นตอน
    เทคนิควิธีการระดับสูงในการนำ โปรแกรมประยุกต์ด้านภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว
    และกราฟิกไปใช้ในงานนิเทศศาสตร์เพื่อผลิตงาน ด้านการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้มีการฝึกปฏิบัติ
     
      DCOM 314 การตกแต่งภาพถ่ายเพื่องานการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    (Computer Photograph Retouching for New Media andv Multimedia Communication)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการตกแต่งภาพถ่ายดิจิตอล และภาพถ่ายจากฟิล์มด้วยโปรแกรมประยุกต์ทาง
    ไมโครคอมพิวเตอร์ เทคนิคการคัดเลือกภาพ การสแกนภาพ การถ่ายโอนข้อมูลจากแหล่งข้อมูล
    ดิจิตอล และองค์ประกอบในการจัดภาพเพื่อนำไปใช้ในงานด้านการผลิตสื่อใหม่และมัลติมีเดีย
    โดยมี การฝึกปฏิบัติ
     
      DCOM 315 การตัดต่อวิดิทัศน์และภาพยนตร์ด้วยคอมพิวเตอร์
    (Non-Linear Video and Film Editing)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการ กระบวนการ และเทคนิคการตัดต่อวิดิทัศน์และภาพยนตร์ การกำกับ ภาพ
    กำกับเสียง การลำดับภาพโดยใช้โปรแกรมประยุกต์แบบต่างๆ ด้วยไมโครคอมพิวเตอร์
    เพื่อนำไปใช้ในงานด้านการสื่อสารสื่อใหม่และมัลติมีเดียอย่างเหมาะสม โดยมีการฝึกปฏิบัติ
     
      DCOM 316 ภาษาอังกฤษสำหรับสื่อดิจิตอลและมัลติมีเดีย
    (English for Digital and Multimedia)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการ เทคนิค และวิธีการอ่านจับใจความ ศัพท์เฉพาะที่ใช้ในงานสื่อดิจิตอล
    และมัลติมีเดีย การแปลข่าวภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย การแปลข่าวภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ
    การเขียนข่าวภาษาอังกฤษ การแปลสำนวน โวหาร การเขียนบทความ
    บทโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบต่างๆ จนนักศึกษาสามารถสื่อความหมายได้อย่างถูกต้อง
    เพื่อนำไปใช้ในสื่อดิจิตอลและ มัลติมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
     
      DCOM 317 การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตเพื่อการพัฒนาชุมชน
    (Internet Communication for Community Development)
    3 (3-0-6)
      ศึกษารูปแบบ ลักษณะ บทบาท หน้าที่ และผลกระทบของสื่ออินเทอร์เน็ตที่มีต่อชุมชน
    และวัฒนธรรม ปัจจัยและองค์ประกอบที่มีส่วนเกื้อหนุน รวมถึงประเด็นปัญหาอุปสรรค ในการ
    ดำเนินงานของสื่ออินเทอร์เน็ตในชุมชน เช่น การแพร่หลายของสื่ออินเทอร์เน็ต การประกอบการ
    การเปิดรับ การวางแผน และการดำเนินงานด้านการโฆษณาตลอดจนการนำเสนอ เนื้อหาต่างๆ ทาง
    อินเทอร์เน็ต เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชน
     

     

     
    กลุ่มวิชาเอกที่ 2 วารสารสนเทศและสิ่งพิมพ์ออนไลน์ หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
      JOUR 301 การสื่อข่าวขั้นสูง
    (Advanced News Reporting)
    3 (2-2-5)
      วิชาที่ต้องเรียนมาก่อน : การวิเคราะห์และการรายงานข่าวเบื้องต้น (COMM 202)  
      ศึกษาเทคนิคการสื่อข่าวเชิงสืบสวน เชิงวิจัย และเชิงอธิบายความ การวิเคราะห์ข่าว การพัฒนาความรู้และทักษะในกระบวนการสื่อข่าวสมัยใหม่ ปัญหาและอุปสรรคในการสื่อข่าวและ แนวทางแก้ไข โดยมีการฝึกปฏิบัติ  
      JOUR 302 การบรรณาธิการและจัดหน้าสื่อสิ่งพิมพ์
    (Editorial and Printed Cumulative Media Design)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการ รูปแบบการจัดทำหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ การเตรียมต้นฉบับเพื่อการจัดพิมพ์ การตรวจแก้ต้นฉบับ การออกแบบและจัดหน้า และการตกแต่ง หน้าหนังสือพิมพ์ นิตยสาร สิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ รวมไปถึงสิ่งพิมพ์ออนไลน์  
      JOUR 303 การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์
    (Printed Media Production)
    3 (2-2-5)
      ศึกษารูปแบบและวิธีการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ เช่น แผ่นปลิว แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร ไวนิล ฯลฯ ตลอดจนสิ่งพิมพ์ออนไลน์ ฝึกปฏิบัติผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ใน รูปแบบต่างๆ โดยวางแผนการผลิต จัดเตรียมเนื้อหา ดำเนินการผลิต และประเมินผลการผลิตสื่อ สิ่งพิมพ์ รวมทั้งศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น ตลอดจนวิธีแก้ไขและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์  
      JOUR 304 เทคโนโลยีวารสารศาสตร์
    (Journalism Technology)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาความหมาย ความสำคัญ กระบวนการ และองค์ประกอบเกี่ยวกับเทคโนโลยี ด้านการพิมพ์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการดำเนินงานด้านข่าว การบรรณาธิกรหนังสือพิมพ์และ นิตยสาร เช่น เทคโนโลยีการสื่อสาร เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีโทรคมนาคม และการเลือกใช้ เทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับงานด้านวารสารศาสตร์ประเภทต่างๆ  
      JOUR 305 การเขียนสร้างสรรค์เชิงวารสารศาสตร์
    (Creative Writing in Journalism)
    3 (2-2-5)
      ศึกษารูปแบบ โครงสร้าง เทคนิคการเขียน การใช้ถ้อยคำภาษาของการเขียนประเภท ต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ เช่น บทความ บทวิเคราะห์ บทวิจารณ์ สารคดี เรื่องเล่า ฯลฯเพื่อนำเสนอผ่าน สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ โดยเน้นการฝึกภาคปฏิบัติ  
      JOUR 306 การออกแบบและการพัฒนาเว็บไซต์
    (Website Design and Development)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาพื้นฐานและองค์ประกอบของเว็บไซต์ด้านข่าว แนวความคิด หลักการ และ กลยุทธ์การออกแบบเว็บไซต์ กระบวนการพัฒนาเว็บไซต์ การบริหารและจัดการเว็บไซต์ การทำการ ตลาดให้กับเว็บไซต์ เว็บโฮสติ้ง และจรรยาบรรณของการพัฒนาเว็บไซต์ข่าว โดยเน้นการสื่อข่าวอย่าง สร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบต่อสังคม  
      JOUR 401 สิ่งพิมพ์ออนไลน์
    (Online Publications)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาระบบข่าวสารและการรับรู้ข่าวสารในสังคม ความหมาย คุณค่า ข้อเท็จจริง ความต้องการและประโยชน์ของข่าวสาร ประวัติและพัฒนาการของสิ่งพิมพ์ออนไลน์ แนวความคิด และบทบาทของสื่อออนไลน์ที่มีต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง การจัดองค์กรสื่อ  
      JOUR 402 การบริหารงานสื่อวารสารศาสตร์
    (Journalism Media Management)
    3 (3-0-6)
      การจัดการองค์กรของสื่อวารสารศาสตร์ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ที่ดำเนินการทั้งที่ เป็นสิ่งพิมพ์ และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ การบริหารงานในด้านการบรรณาธิการ กระบวนการผลิตสิ่งพิมพ์ เสรีภาพและการควบคุม รวมทั้งด้านธุรกิจการลงทุน การโฆษณา และการตลาดของสื่อวารสารศาสตร์  
      JOUR 403 การวิจัยวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์
    (Research in Journalism and Online Publications)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมาย ความสำคัญ บทบาท กระบวนการ ประเภท คุณลักษณะ ระเบียบวิธี การออกแบบ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนรายงานการวิจัย รวมถึงสถิติเบื้องต้น ที่จำเป็นสำหรับการวิจัยวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ โดยมีการฝึกปฏิบัติทำวิจัยเพื่อประโยชน์ ต่องานด้านวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์  
      JOUR 404 สัมมนาวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์
    (Seminar in Journalism and Online Publications)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมายของการสัมมนา จุดมุ่งหมาย องค์ประกอบ กระบวนการ รูปแบบ และเทคนิคในการจัดสัมมนา ศึกษาวิเคราะห์ลักษณะและกระบวนการในการดำเนินงานของ วารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงปัญหาอุปสรรคและข้อเท็จจริง การหาแนวทางในการแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับงานของวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ ฝึกจัดสถานการณ์จำลองหรือ สถานการณ์จริงในการสัมมนาวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ในประเด็นที่เหมาะสมและน่าสนใจ  
      JOUR 311 สื่อมวลชนกับสังคมสารสนเทศ
    (Mass Media and Information Society)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาบทบาทและหน้าที่ของสื่อมวลชนประเภทต่างๆ การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ จากฐานข้อมูลออนไลน์ที่น่าเชื่อถือได้เพื่อนำมาใช้กับงาน อิทธิพลหรือผลกระทบของสื่อมวลชนที่มีต่อ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในสังคมข่าวสารยุคปัจจุบัน ความรับผิดชอบของสื่อมวลชน ที่มีต่อสังคม ตลอดจนอิทธิพลของสังคมสารสนเทศที่มีต่อสื่อมวลชน  
      JOUR 312 สังคมวิทยาการสื่อสาร
    (Sociology of Communication)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักการทางสังคมวิทยากับการสื่อสารการสื่อสารกับการ เปลี่ยนแปลงความต้องการของสังคมในด้านการสื่อสาร ลักษณะของกลุ่มและสถาบันทางสังคม การสื่อสารในกลุ่มและสถาบันทางสังคม การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมทางสังคมและ วัฒนธรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสื่อสาร  
      JOUR 313 การแปลข่าวและการเขียนข่าวภาษาอังกฤษ
    (English News Translation and Writing)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการ และกลวิธีพื้นฐานในการแปลข่าวภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย และ แปลข่าวภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ การเขียนข่าวภาษาอังกฤษ ฝึกการแปลสำนวน โวหาร และ ศัพท์เฉพาะที่ใช้ในงานวารสารศาสตร์และหนังสือพิมพ์  
      JOUR 314 การถ่ายภาพวารสารศาสตร์
    (Photography for Journalism)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมาย ความสำคัญ และประเภทของภาพถ่ายในสิ่งพิมพ์ต่างๆ การจัด องค์ประกอบของภาพแต่ละประเภทเพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่าน ปฏิบัติการผลิตต้นแบบประเภทภาพขาวดำ ภาพสี ภาพสไลด์ หรือภาพดิจิตอล ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ เนื้อหาและรูปภาพ การประเมิน คุณค่าและคุณภาพของภาพถ่ายทางวารสารศาสตร์  
      JOUR 411 การออกแบบและการพัฒนาเว็บไซต์
    (Website Design and Development)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาพื้นฐานและองค์ประกอบของเว็บไซต์ด้านข่าว การเลือกใช้ภาษาและเครื่องมือ ในการพัฒนาเว็บไซต์ แนวความคิด หลักการ และกลยุทธ์การออกแบบเว็บไซต์ กระบวนการพัฒนา เว็บไซต์ การบริหารและจัดการเว็บไซต์ การทำการตลาดให้กับเว็บไซต์ เว็บโฮสติ้ง และจรรยาบรรณ ของการพัฒนาเว็บไซต์ข่าว โดยเน้นการสื่อข่าวอย่างสร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบต่อสังคม  
      JOUR 412 กราฟิกสำหรับงานวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์
    (Graphic for Journalism and Online Publications)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมาย ขอบข่าย ความสำคัญ และประเภทของงานกราฟิกสำหรับ วารสารศาสตร์ ทฤษฎี หลักการ และเทคนิคการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์การเลือกและการประดิษฐ์ ตัวอักษร การเลือกภาพประกอบ หลักการใช้สี การจัดองค์ประกอบของงานกราฟิก การผลิตต้นแบบ และการประเมินผลงานกราฟิกสำหรับวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์ โดยฝึกปฏิบัติทำกราฟิกเพื่อสื่อสิ่งพิมพ์ และสิ่งพิมพ์ออนไลน์  
      JOUR 413 ระบบสารสนเทศเพื่องานวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ออนไลน์
    (Information Systems for Journalism and Online Publications)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาเทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์ การจำแนกประเภทของระบบ สารสนเทศ และการนำมาใช้ในงานวารสารศาสตร์ รวมทั้งการจัดบริการ ฝึกปฏิบัติการสร้างฐาน ข้อมูลออนไลน์สำหรับงานวารสารศาสตร์ในระดับบุคคล และฐานข้อมูลออนไลน์ของหน่วยงาน  
      JOUR 414 การสื่อข่าวเฉพาะทาง
    (Specialized News Reporting)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาบทบาทและวิธีการเสนอข่าวของสำนักข่าวและสื่อมวลชนประเภทต่างๆ เรียนรู้ วิธีคิดและวิธีการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศตลอดจนปัญหา และแนวโน้มของสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อสังคมไทยโดยตรง เพื่อนำผลการวิเคราะห์ดังกล่าวไปใช้ ในการวางแผนด้านการสื่อสาร  

     

     
    กลุ่มวิชาเอกที่ 3 วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
      RATV 301 การสื่อข่าววิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    (News Reporting for Radio and Television)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาเทคนิคในการหาข่าว การรายงานข่าวประเภทต่างๆ หลักการเขียนข่าวทาง
    วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ การพิจารณา ความสำคัญ คุณค่า และความน่าสนใจของข่าว ฝึกปฏิบัติเขียนข่าววิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในรูปแบบต่างๆ และฝึกปฏิบัติรายงานข่าว
     
      RATV 302 การเขียนบทวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    (Script Writing for Radio and Television)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการและขั้นตอนในการเขียนบทวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ วิเคราะห์เรื่องราวที่เป็นจริง เรื่องสมมุติ ถ่ายทอดแนวความคิดออกมาในรูปแบบของการเขียน เพื่อ การฟัง การจินตนาการ และการเห็นเหตุการณ์ทั้งในแนวที่เป็นจริงตามธรรมชาติและแนวสร้างสรรค์ รวบรวมข้อมูล วางแผน และเขียนเป็นบทวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในรูปแบบต่างๆ  
      RATV 303 การเป็นผู้ประกาศและผู้บรรยายทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    (Broadcasting Announcer and Narrator)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการและเทคนิคในการเป็นผู้ประกาศข่าว รายงานข่าว อ่านข่าว ผู้บรรยาย และผู้ดำเนินรายการทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ การออกเสียงที่ถูกต้องตามอักขรวิธีทั้ง ออกอากาศสดและบันทึกเสียง เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจนเกิดความคุ้นเคยและคล่องแคล่ว การใช้เสียง ที่เหมาะสมกับรูปแบบรายการต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาบุคลิกภาพที่เหมาะสมกับการเป็นผู้ประกาศ ผู้บรรยาย และพิธีกรรายการ  
      RATV 304 การใช้ห้องปฏิบัติการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    (Radio and Television Studio Operation)
    3 (2-2-5)
      ศึกษารูปแบบของห้องปฏิบัติการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เทคนิคและ วิธีการใช้ห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์ประกอบต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและ วิทยุโทรทัศน์ เช่น ไมโครโฟน เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง เครื่องเล่นแผ่นซีดี คอมพิวเตอร์ เครื่องรับและส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล้องถ่ายโทรทัศน์ เครื่องบันทึกเทปโทรทัศน์ อุปกรณ์ช่วยสร้างภาพพิเศษ อุปกรณ์เสียง แสง สี ฉาก และอื่นๆ  
      RATV 305 การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ขั้นต้น
    (Basic Radio and Television Program Production)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการในการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ประเภทต่างๆ ฝึกปฏิบัติผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ขั้นต้นตามขั้นตอน โดยใช้วิธีการและเทคนิค ในการผลิตรายการที่น่าสนใจ  
      RATV 306 การถ่ายทำรายการวิทยุโทรทัศน์
    (Television Program Production in Studio and Field Television)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลัก เทคนิคการผลิต การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในห้องสตูดิโอ การกำกับ รายการ การจัดฉาก การจัดแสง การถ่ายทำรายการวิทยุโทรทัศน์ทั้งในและนอกสถานที่ การทำเทคนิค พิเศษทางภาพ และงานกราฟิกต่างๆ  
      RATV 401 การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ออนไลน์
    (Online Radio and Television Program Production)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาเทคนิคการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง เครื่องมือและอุปกรณ์สมัยใหม่ใน การผลิตรายการวิทยุทางอินเทอร์เน็ต การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และเทคนิคพิเศษต่างๆ ในการผลิต รายการวิทยุ ตลอดจนการเชื่อมสัญญาณทางการสื่อสารเพื่อเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต  
      RATV 402 การบริหารงานวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    (Broadcasting Business Management)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาหลักการบริหารงานของสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ งานด้านการบริหารงานบุคคล การจัดองค์กร การเงิน งบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนปัญหา ด้านการบริหารงานของสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ รวมไปถึงการหาแนวทางแก้ไข ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น  
      RATV 403 การวิจัยวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    (Research in Radio and Television Broadcasting)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมายของการสัมมนา จุดมุ่งหมาย องค์ประกอบ กระบวนการ รูปแบบ และเทคนิคในการจัดสัมมนา ศึกษาวิเคราะห์ลักษณะและกระบวนการในการดำเนินงานของ วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เพื่อให้เข้าถึงปัญหาอุปสรรคและข้อเท็จจริง การหาแนวทางใน การแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับงานของวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ฝึกจัดสถานการณ์จำลอง หรือ สถานการณ์จริงในการสัมมนาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในประเด็นที่เหมาะสมและน่าสนใจ  
      RATV 404 สัมมนาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    (Seminar in Broadcasting)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมาย ความสำคัญ บทบาท กระบวนการ ประเภท คุณลักษณะ ระเบียบวิธี การออกแบบ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนรายงานการวิจัย รวมถึง สถิติเบื้องต้นที่จำเป็นสำหรับการวิจัยวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ โดยมีการฝึกปฏิบัติทำวิจัย เพื่อประโยชน์ต่องานด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์  
      RATV 311 การรายงานเหตุการณ์นอกสถานที่
    (Field Reporting)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมาย ความสำคัญของการรายงานเหตุการณ์นอกสถานที่ การเขียนและ เรียบเรียงเหตุการณ์ การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์สมัยใหม่ทางวิทยุกระจายเสียง เพื่อนำเสนอรายงาน เหตุการณ์อย่างรวดเร็วทันทีและมีประสิทธิภาพคุณภาพ  
      RATV 312 ภาษาอังกฤษสำหรับสื่อวิทยุและโทรทัศน์
    (English for Broadcasting)
    3 (2-2-5)
      วิชาบังคับก่อน เคยเรียนวิชา ภาษาอังกฤษสำหรับนิเทศศาสตร์ (ENCA 201)  
      ศึกษาหลักการและพัฒนาเทคนิคในการฟัง พูด อ่าน เขียน และแปล จนมีทักษะ ภาษาอังกฤษที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานด้านข่าวและรายการประเภทต่างๆได้อย่าง
    ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการสืบค้นข้อมูล การสัมภาษณ์ และการนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง
     
      RATV 313 การแต่งหน้าและเครื่องแต่งกาย
    (Make-up and Costumes)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการเกี่ยวกับการแต่งหน้า และการออกแบบเครื่องแต่งกายของผู้แสดง เทคนิคพิเศษในการแต่งหน้า ฝึกปฏิบัติแต่งหน้า การแต่งกายให้เหมาะสมกับบทบาท เนื้อเรื่อง การเลือกและการออกแบบเครื่องแต่งกายของผู้แสดงภาพยนตร์ ละครเวที หรือวิทยุโทรทัศน์ ที่เหมาะสม  
      RATV 314 ฉากและวัสดุประกอบฉากวิทยุโทรทัศน์
    (Scenery and Property for Television Program Production)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการเกี่ยวกับฉากและวัสดุประกอบฉากที่ใช้ในงานผลิตรายการวิทยุ-
    โทรทัศน์ หลักการออกแบบ การเลือกวัสดุ ฝึกปฏิบัติจัดสร้างฉากในลักษณะต่างๆ ตลอดจนการจัดหา วัสดุประกอบฉากให้มีความเหมาะสมตรงตามความต้องการ
     
      RATV 411 การผลิตกราฟิกเพื่องานวิทยุโทรทัศน์
    (Graphic Production for Television Program)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมาย องค์ประกอบ ขอบข่าย และความสำคัญของวัสดุกราฟิกที่มีต่องาน วิทยุโทรทัศน์ ฝึกปฏิบัติออกแบบ ผลิตวัสดุกราฟิกประเภทต่างๆ ที่ใช้ในงานวิทยุโทรทัศน์ ตลอดจน การนำคอมพิวเตอร์กราฟิกมาใช้ในงานวิทยุโทรทัศน์  
      RATV 412 การแสดงและการกำกับการแสดง
    (Acting and Directing)
    3(2-2-5)
      ศึกษาหลักการและเทคนิคทางการแสดงต่างๆ ที่ใช้กับงานวิทยุโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์ การเตรียมร่างกายและการใช้ร่างกายเพื่อการสื่อสาร การแสดงบุคลิก ท่าทาง สีหน้า การเคลื่อนไหว การพูด การกำหนดทิศทาง การกำกับการแสดงทางวิทยุโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์  
      RATV 413 การตลาดรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    (Radio and Television Program Marketing)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาโครงสร้างทางการตลาด กระบวนการ การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย กลยุทธ์และ แนวทางทางการตลาด การสื่อสารการตลาด การจัดกิจกรรมทางการตลาด การขายและการโน้มน้าว กลุ่มเป้าหมาย เพื่อส่งเสริมรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์  
      RATV 414 การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์เพื่อชุมชน
    (Radio and Television Program Production for Community)
    3 (2-2-5)
      ศึกษากระบวนการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์เพื่อชุมชน ประเภทต่างๆ การเตรียมการ การวางแผน การเขียนบท การดำเนินรายการ การนำเสนอรายการ และการประเมินผล ตลอดจนฝึกปฏิบัติใช้อุปกรณ์และเครื่องมือในการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์เพื่อเผยแพร่ในชุมชน
     

     

     
    กลุ่มวิชาเอกที่ 4 การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
      ADPR 301 การออกแบบเพื่องานโฆษณาและประชาสัมพันธ์
    (Design for Advertising and Public Relations)
    3 (1-4-4)
      ศึกษาความหมายและแนวความคิดทางด้านศิลปะ รวมถึงหลักการออกแบบเพื่องาน โฆษณาและประชาสัมพันธ์ เช่น การเลือกและจัดภาพประกอบ การกำหนดรูปแบบตัวอักษร การใช้สี การจัดช่องไฟ การกำหนดขนาด สัดส่วน และการสร้างสมดุลของ องค์ประกอบในชิ้นงานทางสื่อ สิ่งพิมพ์และสื่อคอมพิวเตอร์ การกำหนดภาพ ฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก เครื่องแต่งกาย และการ จัดแสงเงาในชิ้นงานทางสื่อโทรทัศน์ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป  
      ADPR 302 การเขียนบทโฆษณาและประชาสัมพันธ์
    (Copy Writing)
    3 (1-4-4)
      ศึกษาหลักและวิธีการเขียนบทโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับสื่อทุกประเภท โดยเน้นการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์และการสังเคราะห์ข้อมูล และการเขียน ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการศึกษาและวิเคราะห์บทโฆษณาและประชาสัมพันธ์ของ นักวิชาชีพที่ ประสบความสำเร็จ  
      ADPR 303 การบริหารและการวางแผนงานโฆษณาและประชาสัมพันธ์
    (Advertising and Public Relations Management and Planning)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาแนวความคิดทางการตลาดสมัยใหม่ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทาง การตลาดที่มีอิทธิพลต่อการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค คู่แข่งขัน การบริหารงาน การประเมินผล การวางแผนงาน การกำหนดวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และกลวิธี รวมถึง การเขียนแผนงานเพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้แก่องค์กร สินค้าและบริการตลอดจนกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินงานของบริษัทตัวแทนโฆษณาและประชาสัมพันธ์  
      ADPR 304 การบริหารสื่อเพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์
    (Media Management)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาประเภทของสื่อที่ใช้ในการโฆษณา การประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารการ ตลาด อาทิ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อคอมพิวเตอร์ รวมถึงการวิเคราะห์สื่อ กระบวนการ วางแผนสื่อ การกำหนดวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และกลวิธีในการใช้สื่อ เหตุผลในการเลือกใช้สื่อ การจัดทำตารางการใช้สื่อ ตลอดจนการวัดประสิทธิผลการใช้สื่อทุกประเภท  
      ADPR 305 การเขียนข่าวประชาสัมพันธ์
    (News Writing for Public Relations)
    3 (1-4-4)
      วิชาบังคับก่อน การวิเคราะห์และการรายงานข่าวเบื้องต้น (COMM 202)  
      ศึกษาองค์ประกอบของข่าว การประเมินคุณค่าของข่าว การทำข่าว การรายงานข่าว เทคนิคในการสัมภาษณ์ทางสื่อประเภทต่างๆ การเขียนข่าวประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ เทคนิคการเขียนข่าวและบทความทางสื่อหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ การเขียนข่าวแจก การใช้ภาพประกอบและการเขียนคำบรรยายภาพ การเขียนบทความแฝงโฆษณา (Advertorial) การเขียนข่าวเพื่อแก้ไขภาวะวิกฤต (Crisis management) และการบริหารข่าวเชิงยุทธ์ (Issue management)  
      ADPR 306 การสื่อสารการตลาดสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
    (Integrated Marketing Communication for Small and Medium Enterprise)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการตลาดสำหรับธุรกิจขนาดย่อม ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการบริหาร การตลาด กลยุทธ์และเทคนิคด้านการหากลุ่มเป้าหมายทางการตลาด การขยายผลต้นแบบธุรกิจใหม่ สู่เชิงพาณิชย์ การกำหนดกลยุทธ์ด้านต่างๆโดยใช้กรณีศึกษา เช่น การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การตั้งราคา การพัฒนาช่องทางการจำหน่าย ตลอดจนการกำหนดกลยุทธ์ และกลวิธีทางการสื่อสารเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการประเมิน ผลและการนำผลประเมินไปพัฒนาการสื่อสาร  
      ADPR 401 การบริหารการจัดแสดง
    (Presentation and Show Business)
    3 (1-4-4)
      ศึกษากระบวนการ เทคนิค และวิธีการในการนำเสนองาน การเตรียมตัว จิตวิทยา การนำเสนองาน การใช้อุปกรณ์และโปรแกรมสำเร็จรูปต่าง ๆ รูปแบบงานจัดแสดง การบริหารงาน จัดแสดงด้านต่างๆ เทคนิคการจัดแสง สี เสียง การออกแบบฉาก เวที และการใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ รวมถึงการออกแบบการจัดแสดง (Display design) สินค้าและบริการเพื่อส่งเสริมการตลาดใน รูปแบบ ต่างๆ  
      ADPR 402 การสร้างสรรค์งานโฆษณาและประชาสัมพันธ์
    (Creativity in Advertising and Public Relations)
    3 (1-4-4)
      ศึกษาหลักและทฤษฎีในการสร้างสรรค์งานขั้นพื้นฐาน อาทิ การกำหนดกลุ่ม ผู้รับสารเป้าหมาย วัตถุประสงค์ แนวความคิด กลยุทธ์และกลวิธีการสร้างสรรค์ หลักและวิธีการ ออกแบบข้อความ เสียง ภาพประกอบ และภาพเคลื่อนไหว เพื่อใช้ เผยแพร่ผ่านสื่อประเภทต่างๆ ที่เป็นเครื่องมือทางการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และสื่อสารการตลาด โดยมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติและ การพัฒนาทักษะในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ และคิดสร้างสรรค์ ด้วยวิธีการใช้กรณีศึกษา (Case study)  
      ADPR 403 การวิจัยโฆษณาและประชาสัมพันธ์
    (Advertising and Public Relations Research Method)
    3 (1-4-4)
      วิชาบังคับก่อน โดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ผู้สอน  
      ศึกษาแนวความคิดของการทำวิจัย ทฤษฎี วิธีการ และเทคนิคต่างๆ รวมถึงขั้นตอน ของการทำวิจัยทางการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และสื่อสารการตลาด โดยมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติจน
    นักศึกษา สามารถผลิตผลงานวิจัยได้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผนงานและประเมินผลงานโฆษณา และประชาสัมพันธ์
     
      ADPR 404 สัมมนาการโฆษณาและประชาสัมพันธ์
    (Seminar in Advertising and Public Relations)
    3 (1-4-4)
      วิชาบังคับก่อน โดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ผู้สอน  
      นักศึกษาบรรยาย และอภิปรายถึงงานที่ได้จากการศึกษา และค้นคว้าด้านสื่อสาร
    การตลาดโดยการควบคุมของอาจารย์ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์แสดงความคิดเห็นอันจะเป็น ประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในอนาคต และเชิญผู้มีประสบการณ์ด้านสื่อสารการตลาดที่มีชื่อเสียง มาบรรยาย หรืออภิปรายให้นักศึกษาซักถาม รวมถึงคำแนะนำในการประกอบอาชีพทางด้าน การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้นักศึกษายังต้องฝึกปฏิบัติการจัดดำเนินงานสัมมนาร่วมกับ กลุ่มหรือบุคคลภายนอกโดยดำเนินการตามขั้นตอนของการจัดการสัมมนาด้วยโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์
     
      ADPR 311 การถ่ายภาพเพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์
    (Photography for Advertising and Public Relations)
    3 (1-4-4)
      วิชาบังคับก่อน เคยเรียนวิชา การถ่ายภาพและภาพยนตร์ (COMM 201)  
      ศึกษาหลักและเทคนิคการถ่ายภาพเพื่องานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และสื่อสาร การตลาดทางสื่อสิ่งพิมพ์ เทคนิคและวิธีการตกแต่งภาพ ตลอดจนการประเมินคุณภาพของภาพถ่าย รวมถึงการคัดเลือกภาพเพื่อนำเสนอโดยผ่านสื่อประเภทต่างๆ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติการจัด องค์ประกอบ ภาพ การใช้อุปกรณ์และการจัดแสงอย่างถูกวิธี เพื่อการถ่ายภาพในรูปแบบต่างๆ เช่น สินค้า สิ่งของ และบุคคล ทั้งในและนอกสถานที่  
      ADPR 312 การผลิตงานโฆษณาทางสื่ออิเลคทรอนิคส์
    (Electronic Media Production for Advertising)
    3 (1-4-4)
      ศึกษาหลักการและกระบวนการผลิตงานโฆษณาสำหรับสื่อวิทยุกระจายเสียง สื่อวิทยุโทรทัศน์ และสื่อคอมพิวเตอร์ โดยมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติผลิตชิ้นงาน การกำหนดเสียง ภาพ มุมกล้อง การตัดต่อ และการใช้เทคนิคพิเศษ รวมถึงการประเมินคุณภาพของชิ้นงาน ด้วยวิธีการ สมมติกรณีศึกษาเพื่อให้นักศึกษาได้นำเสนอแนวความคิด เทคนิค และวิธีการผลิตชิ้นงาน  
      ADPR 313 ภาษาอังกฤษสำหรับงานโฆษณาและประชาสัมพันธ์
    (English for Advertising and Public Relations)
    3 (1-4-4)
      วิชาบังคับก่อน เคยเรียนวิชา ภาษาอังกฤษสำหรับนิเทศศาสตร์ (ENCA 201)  
      ศึกษาหลักและวิธีการอ่านและการฟังเพื่อจับใจความสำคัญ การอ่านออกเสียง การสนทนา การสัมภาษณ์ และการแสดงความคิดเห็น การแปลและการเขียนข่าว บทความ และ บทโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติจน ได้อย่างถูกต้องเพื่อนำ ไปใช้ในงานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และสื่อสารการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ  
      ADPR 314 การประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์
    (Public Relations for Corporate Image) (เปลี่ยนรหัสวิชา)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาความสำคัญของการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ตลอดจนวัตถุประสงค์ อิทธิพล และความรับผิดชอบของการประชาสัมพันธ์ที่มีต่อสังคม ศึกษากลุ่มเป้าหมายใน การประชาสัมพันธ์ กระบวนการในการดำเนินงานประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ วิเคราะห์ รูปแบบ การประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของหน่วยงานหรือองค์กรที่ได้มีการจัดทำไว้แล้ว  
      ADPR 411 การโน้มน้าวใจเพื่อการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์
    (Persuasion for Advertising and Public Relations)
    3 (2-2-5)
     
    ศึกษาทฤษฎีการโน้มน้าวใจ ลักษณะและวิธีการโน้มน้าวใจโดยการใช้สื่อต่างๆ เช่น สื่อมวลชน สื่อบุคคล ฯลฯ รวมทั้งศึกษาองค์ประกอบสำคัญทั้งทางด้านจิตวิทยาและสังคมวิทยา ที่มีผลต่อการโน้มน้าวใจ เพื่อประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินงานด้านการโฆษณาและ การประชาสัมพันธ์ ฝึกปฏิบัติการโน้มน้าวใจเพื่อหวังผลทางด้านการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์
     
      ADPR 412 อินเทอร์เน็ตกับการทำเว็บไซต์เพื่องานโฆษณาและประชาสัมพันธ์
    (Internet and Website Creation for Advertising and Public Relations)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความสำคัญของการใช้อินเทอร์เน็ต ในงานโฆษณาและงานประชาสัมพันธ์ การสร้างโฮมเพจและบล็อกเบื้องต้น การประยุกต์งานโฆษณาและงานประชาสัมพันธ์ทางอินเทอร์เน็ต และการสร้างเว็บไซต์  
      ADPR 413 การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    (Advertising and Public Relations for Radio and Television Broadcasting)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาหลักการและแนวปฏิบัติ รูปแบบการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ทาง วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ปัญหาของการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ทางวิทยุ- กระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ การกำหนดโครงสร้างของอัตราค่าโฆษณาในสถานีทางวิทยุกระจาย-เสียงและวิทยุโทรทัศน์ การขายรายการและเวลา รวมถึงการฝึกปฏิบัติการทำการโฆษณาและ การประชาสัมพันธ์ ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์  
      ADPR 414 การบริหารประเด็นและการสื่อสารในภาวะวิกฤติ
    (Issue Management and Crisis Communication)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมาย ความสำคัญ ลักษณะของประเด็นและกระบวนการเกิดภาวะวิกฤติ การวิเคราะห์การบริหารประเด็น รูปแบบและกลยุทธ์ในการสื่อสารเพื่อคลี่คลายและ แก้ไขปัญหา ภาวะวิกฤติจากกรณีศึกษา  

     

     
    กลุ่มวิชาเอกที่ 5 การสื่อสารมวลชน หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
      MCOM 301 การสื่อข่าวขั้นสูง
    (Advanced News Reporting)
    3 (2-2-5)
      วิชาบังคับก่อน การวิเคราะห์และการรายงานข่าวเบื้องต้น (COMM 202)  
      ศึกษาหลักการและเทคนิคในการสื่อข่าว การเขียนข่าว และการรายงานข่าวชั้นสูง เช่น
    การรายงานข่าวเชิงตีความ การรายงานข่าวเชิงสืบสวน ตลอดจนการรายงานข่าวเฉพาะด้าน เช่น
    ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวสังคม เป็นต้น
     
      MCOM 302 การรายงานข่าวหนังสือพิมพ์
    (Newspaper News Reporting)
    3 (1-4-4)
      วิชาบังคับก่อน การวิเคราะห์และการรายงานข่าวเบื้องต้น (COMM 202)  
     

    ศึกษาหลักการ และเทคนิคในการรายงานข่าวหนังสือพิมพ์ โดยเน้นฝึกปฏิบัติ ในการคิดประเด็นข่าว
    การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การสัมภาษณ์ การเขียนข่าว ตลอดจน การจัดความ
    สัมพันธ์ของข่าวและภาพข่าว และศึกษาเทคนิควิธีการในการรายงานข่าวเฉพาะด้านต่างๆ อาทิ
    ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวสังคม ข่าวกีฬา ข่าวสตรี ข่าวบันเทิง
    ข่าวต่างประเทศ ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ข่าวสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

     
      MCOM 303 การรายงานข่าวสำหรับสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    (Broadcast News Reporting)
    3 (1-4-4)
      วิชาบังคับก่อน การวิเคราะห์และการรายงานข่าวเบื้องต้น (COMM 202)  
      ศึกษาหลักการและเทคนิคในการเขียนข่าว กระบวนการผลิต การสัมภาษณ์ เทคนิค
    และการใช้อุปกรณ์เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง การตัดต่อ และการรายงานข่าวประเภทต่างๆ ทางสื่อวิทยุ
    -กระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติการรายงานข่าวภาคสนาม เพื่อให้นักศึกษา
    มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ และสามารถรายงานข่าวทางสื่อวิทยุกระจายเสียง
    และวิทยุโทรทัศน์ ได้อย่างมืออาชีพ
     
      MCOM 304 การสร้างสรรค์และผลิตงานสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    (Creativity and Production for Broadcast Media)
    3 (1-4-4)
      ศึกษาหลักการ ทฤษฏี และกระบวนการในการสร้างสรรค์งานสำหรับสื่อวิทยุกระจาย
    เสียงและวิทยุโทรทัศน์ โดยมุ่งเน้นการวิจัยกลุ่มผู้รับสาร การวิเคราะห์เนื้อหา รูปแบบการสร้างสรรค์
    -บท การวางแผนการผลิต กระบวนการผลิต การตัดต่อ สำหรับรายการในรูปแบบต่างๆ
     
      MCOM 305 การสร้างสรรค์และผลิตงานสื่อสิ่งพิมพ์
    (Creativity and Production for Print Media)
    3 (1-4-4)
      ศึกษาหลักการ ทฤษฏี และกระบวนการในการสร้างสรรค์และผลิตงานสื่อสิ่งพิมพ์
    โดยเน้นให้ฝึกปฏิบัติการวางแผนรูปเล่ม การจัดเตรียมเนื้อหา การเตรียมและตกแต่งต้นฉบับ
    การออกแบบจัดหน้า การใช้ตัวอักษร และการจัดวางภาพ สำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ เช่น
    หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร และหนังสือ เป็นต้น
     
      MCOM 401 การบริหารงานสื่อสารมวลชน
    (Mass Communication Management)
    3 (3-0-6)
      ศึกษาหลักและแนวคิดในการบริหารองค์กรด้านสื่อสารมวลชน ทั้งในฐานะที่เป็น
    สถาบันทางสังคมและธุรกิจเอกชน โดยเน้นศึกษาการจัดโครงสร้างการบริหาร การกำหนดแผนและ
    นโยบาย การบริหารงานบุคคล การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย การจัดการด้านธุรกิจและการตลาด
    ตลอดจนศึกษาผลกระทบและการปรับตัวขององค์กรในสภาวการณ์ต่างๆ
     
      MCOM 402 ระบบสารสนเทศสำหรับงานข่าว
    (Information Technology for Journalism)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาและวิเคราะห์ความสำคัญของการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศสำหรับงานข่าว
    ทั้งในด้านของการสืบค้นหาข้อมูล เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการรายงานข่าว ตลอดจนวิธีการ
    ประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลเพื่อเป็นฐานข้อมูลสำหรับใช้ในการอ้างอิง รวมทั้งศึกษาการใช้ระบบ
    -สารสนเทศ เพื่อบริหารจัดการข่าวสารข้อมูลในเชิงธุรกิจขององค์กรสื่อสารมวลชน
     
      MCOM 403 การวิจัยด้านสื่อสารมวลชน
    (Mass Communication Research)
    3 (1-4-4)
      ศึกษาความหมายและแนวคิดของการทำวิจัย ทฤษฏี วิธีการ และเทคนิคต่างๆ รวมถึงขั้นตอน
    ของการทำวิจัยทางการสื่อสารมวลชน โดยมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติเพื่อให้นักศึกษามีความรู้ ทักษะ
    ความเข้าใจ จนสามารถผลิตผลงานวิจัย สามารถตีความงานวิจัย และสามารถเขียนรายงาน
    ผลสรุปจากการวิจัยทางการสื่อสารมวลชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
     
      MCOM 404 สัมมนาการสื่อสารมวลชน
    (Seminar in Mass Communication)
    3 (1-4-4)
      วิชาบังคับก่อน โดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ผู้สอน  
      นักศึกษาบรรยายและอภิปรายถึงงานที่ได้จากการศึกษาและค้นคว้าด้านการสื่อสาร มวลชน
    โดยการควบคุมของอาจารย์ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในการแสดงความคิดเห็นอันจะเป็น
    ประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในอนาคต และเชิญผู้มีประสบการด้านการสื่อสารมวลชน มาบรรยาย
    หรืออภิปราย ให้นักศึกษาซักถาม รวมถึงให้คำแนะนำในการประกอบอาชีพทางด้าน
    การสื่อสารมวลชน นอกจากนี้นักศึกษายังต้องฝึกปฏิบัติการจัดดำเนินงานสัมมนาร่วมกับกลุ่มหรือ
    บุคคลภายนอก โดยดำเนินการตามขั้นตอนของการจัดสัมมนา เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะ
    ด้านการสื่อสารมวลชน
     
      MCOM 311 สื่อมวลชนกับสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง
    (Mass Media and Society, Economy and Politics)
    3 (3-0-6)
      ใช้กลุ่มแนวคิดและทฤษฏีต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกรณีศึกษา (Case Study) เพื่อศึกษา
    และวิเคราะห์บทบาท ความสัมพันธ์ และผลกระทบของสื่อมวลชนที่มีต่อสังคม เศรษฐกิจ
    และการเมืองของไทย โดยเน้นศึกษาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต สืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน
    และแนวโน้มในอนาคต
     
      MCOM 312 ภาษาอังกฤษสำหรับงานข่าว
    (English for Journalism)
    3 (1-4-4)
      วิชาบังคับก่อน เคยเรียนวิชา ภาษาอังกฤษสำหรับนิเทศศาสตร์ (ENCA 201)  
      ศึกษาหลักการและพัฒนาเทคนิคในการฟัง พูด อ่าน เขียน และแปล จนมีทักษะ ภาษาอังกฤษ
    ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานด้านข่าว ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
    ทั้งในแง่ของการนำข้อมูลไปใช้อ้างอิงในการเขียนและรายงานข่าว การแปลข่าว
    รวมถึงการใช้ภาษา อังกฤษสำหรับการสื่อสาร และ/หรือสัมภาษณ์แหล่งข่าว
     
      JOUR 314 การถ่ายภาพวารสารศาสตร์
    (Photography for Journalism)
    3 (2-2-5)
      ศึกษาความหมาย ความสำคัญ และประเภทของภาพถ่ายในสิ่งพิมพ์ต่างๆ การจัดองค์ประกอบ
    ของภาพแต่ละประเภทเพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่าน ปฏิบัติการผลิตต้นแบบประเภทภาพขาวดำ ภาพสี
    ภาพสไลด์ หรือภาพดิจิตอล ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ เนื้อหาและรูปภาพ การประเมิน
    คุณค่าและคุณภาพของภาพถ่ายทางวารสารศาสตร์
     

     

     
    การปฏิบัติงาน หน่วยกิต
    (ทฤษฎี-ปฏิบัติ-ค้นคว้าด้วยตนเอง)
      COMM 499 การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา
    (Cooperative Education)
    9 (2-600-0)
      การเตรียมความพร้อมสำหรับสหกิจศึกษา
    (Preparation for cooperative Education)
    2 (2-0-0)
      ศึกษาหลักการและแนวคิดของสหกิจศึกษา จริยธรรมในการประกอบวิชาชีพ การสื่อสารบุคลิกภาพและมนุษย์สัมพันธ์ ความรู้พื้นฐานและเทคนิคในการสมัครงานอาชีพ และการไป ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ เทคนิคการนำเสนอโครงงานหรือผลงาน การเขียนและการนำเสนอ รายงาน และการเตรียมความพร้อมในการทำงานร่วมกับผู้อื่น  
      การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา
    (Cooperative Education)
    7 (0-600-0)
      ให้นักศึกษาไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการที่ดำเนินงานตรงกับสาขาวิชา 1 ภาค การศึกษา โดยใช้ความรู้ทางวิชาการไปปฏิบัติงานจริงเสมือนหนึ่งเป็นพนักงานของสถานประกอบการ นั้น เมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน นักศึกษาจะต้องจัดทำรายงานโครงการและนำเสนอผลการปฏิบัติงาน ต่ออาจารย์ที่ปรึกษาและผู้แทนข องสถานประกอบการ  
      COMM 408 การฝึกวิชาชีพนิเทศศาสตร์
    (Communication Arts Internship)
    6 (0-400-0)
      ให้นักศึกษาไปฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการที่ดำเนินงานตรงกับสาขาวิชา
    ไม่น้อยกว่า 400 ชั่วโมง และ/หรือ 1 ภาคการศึกษา เพื่อเรียนรู้สภาพจริงของการปฏิบัติงาน ตลอดจน วิเคราะห์สภาพปัญหาและอุปสรรค พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหาได้ โดยจัดทำ เป็นโครงการกรณีศึกษาปัญหาพิเศษด้านนิเทศศาสตร์ ภายใต้การนิเทศและประเมินผลของอาจารย์ ประจำวิชาร่วมกับสถานประกอบการ พร้อมทั้งจัดทำรายงานโครงการกรณีศึกษาปัญหาพิเศษฯ เมื่อสิ้นสุดการฝึกวิชาชีพ
     

     

    11. ชื่อ ตำแหน่งและคุณวุฒิของอาจารย์
    • 1. อาจารย์ประจำหลักสูตร

    • อาจารย์ประจำหลักสูตร

     

    • 2. อาจารย์ผู้สอน

    • อาจารย์ผู้สอน

     

    • 3. อาจารย์พิเศษ

    • อาจารย์พิเศษ
    12. องค์ประกอบเกี่ยวกับประสบการณ์ภาคสนาม (ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ)
    • จากผลการประเมินความพึงพอใจจากผู้ใช้บัณฑิตและสถานประกอบการ มีความต้องการ ให้บัณฑิตมีประสบการณ์ในวิชาชีพอย่างลุ่มลึก ก่อนเข้าสู่การทำงานจริง ดังนั้นในหลักสูตรจึงมีรายวิชา การปฏิบัติงานสหกิจศึกษา จำนวน 9 หน่วยกิต โดยแบ่งเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับสหกิจศึกษา 2 หน่วยกิต และการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาในสถานประกอบการ 7 หน่วยกิต ส่วนในกรณีที่นักศึกษา ที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์หรือมีเหตุที่ไม่สามารถไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษาได้ นักศึกษา สามารถเลือกเรียนรายวิชาการฝึกวิชาชีพนิเทศศาสตร์ 6 หน่วยกิต และเรียนวิชาเอกเลือกอื่นเพิ่มอีก 3 หน่วยกิตได้
    13. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำงานวิจัย
    • ข้อกำหนดในการทำวิจัย ต้องเป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้ความรู้ทางนิเทศศาสตร์ โดยมีจำนวนผู้ร่วมงานวิจัย 2-3 คน เพื่อพัฒนาภูมิปัญญาแล้วนำไปใช้ในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพอย่างมีคุณภาพเพื่อการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม หรือการบริการสังคม ผลงานที่เป็นสิ่งประดิษฐ์หรือข้อมูลที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ และรายงานที่ต้อง นำส่งตามรูปแบบและระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนดอย่างเคร่งครัด หรือเป็นงานวิจัยที่มุ่งเน้นการ สร้างผลงานวิจัยเพื่อพัฒนางานด้านนิเทศศาสตร์แล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจำวันและ การประกอบวิชาชีพได้
    14. ผลการเรียนรู้ กลยุทธ์การสอน และการประเมินผล
    • 1. การพัฒนาคุณลักษณะพิเศษของนักศึกษา

      1. มีคุณธรรม จริยธรรม ถ่อมตนและทำหน้าที่เป็น พลเมืองดี รับผิดชอบต่อตนเอง วิชาชีพและสังคม

      2. มีความรู้พื้นฐานในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถประยุกต์ ได้อย่างเหมาะสมในการประกอบวิชาชีพ และศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา

      3. มีความรู้ทันสมัย ใฝ่รู้ และมีความสามารถพัฒนา ความรู้ เพื่อพัฒนาตนเอง พัฒนางานและพัฒนาสังคม

      4. คิดเป็น ทำเป็น และเลือกวิธีการแก้ปัญหาได้อย่าง เป็นระบบและเหมาะสม

      5. มีความสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น มีทักษะการบริหารจัดการและทำงานเป็นหมู่คณะ

      6. รู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและสามารถติดต่อ สื่อสารกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี

      7. มีความสามารถในการใช้ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศในการสื่อสารและใช้เทคโนโลยีได้ดี

      8. มีความสามารถวิเคราะห์ แก้ปัญหา พัฒนาผลงาน ที่ได้รับมอบหมายตามข้อกำหนดมาตรฐานผลการเรียนรู้ของสาขาวิชานิเทศศาสตร์

    • 2. การพัฒนาผลการเรียนรู้ในกลุ่มมาตรฐานผลการเรียนรู้

      1. หมวดการศึกษาทั่วไป
        1. ผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรม

          1. มีความซื่อสัตย์ สุจริตและประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม
          2. มีวินัย ตรงต่อเวลา และมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
          3. รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น มีความอื้ออาทรต่อผู้อื่นและสังคม
        2. ผลการเรียนรู้ด้านความรู้

          1. มีความเข้าใจแนวคิด หลักการ ทฤษฎีด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และภาษาศาสตร์
          2. สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์และนำความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และภาษาศาสตร์ไปปรับใช้ในการศึกษาและใช้ในชีวิต ประจำวัน
          3. สามารถบูรณาการความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และภาษาศาสตร์ และนำไปเป็นเครื่องมือในการเรียนและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
        3. ผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา

          1. สามารถประยุกต์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และภาษาศาสตร์กับการแก้ปัญหา
          2. มีวิธีคิด สามารถสรุปแนวคิดและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีหลักการ และเหตุผล
          3. มีวิจารณญาณในการเลือก คิดอย่างมีวิจารณญาณและอย่างเป็นระบบ
        4. ผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ

          1. สามารถสื่อสารกับบุคคลอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสนทนาทั้ง ภาษาไทยและต่างประเทศได้
          2. สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและเคารพในความแตกต่างและ การปฏิบัติต่อ ผู้อื่นอย่างเป็นกลัยาณมิตร
          3. มีความรับผิดชอบในการทำงาน สามารถทำงานเป็นทีม และมีส่วนร่วมใน การกิจกรรม การเรียน การแสวงหาความรู้
        5. ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ

          1. สามารถนำเสนอผลงาน รายงาน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ คณิตศาสตร์ และสถิติพื้นฐาน
          2. สามารถใช้ภาษา เทคโนโลยีสารสนเทศ คณิตศาสตร์และสถิติพื้นฐานในการ สื่อสารการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
          3. สามารถค้นคว้าความรู้โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนำมาประยุกต์ ใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน
      2. กลุ่มวิชาชีพเฉพาะด้าน สาขาวิชานิเทศศาสตร์
        1. การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม

          1. ผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรม

            สามารถจัดการปัญหาทางคุณธรรม จริยธรรม และวิชาชีพโดยใช้ดุลยพินิจ ทางค่านิยม ความรู้สึกของผู้อื่น ค่านิยมพื้นฐาน และจรรยาบรรณวิชาชีพ แสดงออกซึ่งพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม และจริยธรรม อาทิ มีวินัย มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เป็นแบบอย่างที่ดี เข้าใจผู้อื่น และ เข้าใจโลก เป็นต้น

            1. ตระหนักในคุณค่า คุณธรรม จริยธรรม เสียสละ และซื่อสัตย์สุจริต ต่อตนเองและ สังคม
            2. เคารพกฎระเบียบ มีวินัย ตรงต่อเวลา และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง และสังคม
            3. เคารพในศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ของตนเองและผู้อื่น
            4. มีจรรยาบรรณทางวิชาการและวิชาชีพทางนิเทศศาสตร์
          2. กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม

            กำหนดให้มีวัฒนธรรมองค์กรเพื่อเป็นการปลูกฝังให้นักศึกษามีระเบียบวินัยโดยเน้น การเข้าชั้นเรียนให้ตรงเวลาตลอดจนการแต่งกายที่เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยนักศึกษาต้องมี ความรับผิดชอบโดยในการทำงานกลุ่มนั้นต้องฝึกให้รู้หน้าที่ของการเป็นผู้นำกลุ่มและการเป็นสมาชิก กลุ่ม มีความซื่อสัตย์โดยต้องไม่กระทำการทุจริตในการสอบหรือลอกการบ้านและผลงานของผู้อื่น เป็นต้น นอกจากนี้อาจารย์ผู้สอนทุกคนต้องสอดแทรกเรื่องคุณธรรม จริยธรรมในการสอนทุกรายวิชา รู้จักเคารพทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น ตระหนักถึงผลกระทบของการถ่ายทอดความรู้ที่ไม่ถูกต้อง ที่มีผลต่อสังคม รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เช่น การยกย่องนักศึกษาที่ทำดี ทำประโยชน์แก่ส่วนรวม เสียสละ

          3. กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม

            1. ประเมินจากการตรงเวลาของนักศึกษาในการเข้าชั้นเรียนการส่งงานตามกำหนด ระยะเวลาทีมอบหมาย และ การร่วมกิจกรรม
            2. ประเมินจากการมีวินัยและพร้อมเพรียงของนักศึกษาในการเข้าร่วมกิจกรรม เสริมหลักสูตร
            3. ประเมินจากการทุจริตในการสอบ
            4. ประเมินจากความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
        2. ความรู้
          1. ผลการเรียนรู้ด้านความรู้

            1. มีความรู้และความเข้าใจทางนิเทศศาสตร์และสามารถบูรณาการกับศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้
            2. สามารถติดตามวิวัฒนาการ ความก้าวหน้าทางวิชาการ และพัฒนาความรู้ทาง นิเทศศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
            3. มีความรู้ในการนำการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในงานนิเทศศาสตร์
            4. มีความรู้และความเข้าใจในสาระสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการทางนิเทศศาสตร์ ในด้านการวางแผน การปฏิบัติการ การควบคุมและกรประเมินผลการดำเนินงานรวมทั้งการปรับปรุง แผนงาน
          2. กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านความรู้

            ใช้การสอนในหลากหลายรูปแบบโดยเน้นหลักการทางทฤษฎีและประยุกต์ใช้ทาง ปฏิบัติในสภาพแวดล้อมจริงโดยทันต่อ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทั้งนี้ให้เป็นไปตามลักษณะของ รายวิชาตลอดจนเนื้อหาสาระของรายวิชานั้นๆ นอกจากนี้ควรจัดให้มีการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง โดยการศึกษาดูงานหรือเชิญผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงมาเป็นวิทยากรพิเศษเฉพาะเรื่องตลอดจน ฝึกปฏิบัติงานใน สถานประกอบการและการฝึกการถ่ายทอดความรู้ ให้แก่นักศึกษา

          3. กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านความรู้

            ประเมินจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการปฏิบัติของนักศึกษา ในด้านต่างๆ คือ

            1. การทดสอบย่อย
            2. การสอบกลางภาคเรียนและปลายภาคเรียน
            3. ประเมินจากรายงานที่นักศึกษาจัดทำ
            4. ประเมินจากแผนธุรกิจหรือโครงการที่นำเสนอ
            5. ประเมินจากการนำเสนอรายงานในชั้นเรียน
            6. ประเมินจากรายงานของสถานประกอบการที่รับนักศึกษาไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพและผู้ประกอบการที่รับนักศึกษาไปฝึกงาน
          4. ผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ

            1. สามารถสื่อสารกับบุคคลอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสนทนาทั้ง ภาษาไทยและต่างประเทศได้
            2. สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและเคารพในความแตกต่างและ การปฏิบัติต่อ ผู้อื่นอย่างเป็นกลัยาณมิตร
            3. มีความรับผิดชอบในการทำงาน สามารถทำงานเป็นทีม และมีส่วนร่วมใน การกิจกรรม การเรียน การแสวงหาความรู้
          5. ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ

            1. สามารถนำเสนอผลงาน รายงาน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ คณิตศาสตร์ และสถิติพื้นฐาน
            2. สามารถใช้ภาษา เทคโนโลยีสารสนเทศ คณิตศาสตร์และสถิติพื้นฐานในการ สื่อสารการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
            3. สามารถค้นคว้าความรู้โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนำมาประยุกต์ ใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน
        3. ทักษะทางปัญญา

          1. ผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา

            นักศึกษาต้องสามารถพัฒนาตนเองและจัดการเรียนรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้รวมทั้ง ประกอบวิชาชีพได้โดยพึ่งตนเองได้เมื่อจบการศึกษาแล้ว ดังนั้นนักศึกษาจำเป็นต้องได้รับการพัฒนา ทักษะทางปัญญาไปพร้อมกับคุณธรรม จริยธรรม และความรู้เกี่ยวกับสาขาวิชาที่ศึกษา ในขณะที่ สอนนักศึกษา อาจารย์ต้องเน้นให้นักศึกษาคิดหาเหตุผล เข้าใจที่มาและสาเหตุของปัญหา วิธีการแก้ ปัญหารวมทั้งแนวคิดด้วยตนเอง ไม่สอนในลักษณะท่องจำ นักศึกษาต้องมีคุณสมบัติต่างๆ จากการจัด การเรียนรู้เพื่อให้เกิดทักษะทางปัญญาดังนี้

            1. มีวิจารณญาณ วิเคราะห์ปัญหา การตีความ และสรุปประเด็นปัญหา อย่างเป็น ระบบ และเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขได้อย่างสร้างสรรค์
            2. สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทางการสื่อสารได้ด้วยตนเอง อย่างเหมาะสม
          2. กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา

            1. ใช้กรณีศึกษาทางการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาชีพมนุษยนิเวศศาสตร์
            2. การอภิปรายกลุ่ม
            3. ให้นักศึกษามีโอกาสปฏิบัติจริง
          3. กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา
            กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา สามารถทำได้โดยการออก ข้อสอบที่ให้นักศึกษาแก้ปัญหา อธิบายแนวคิดของการแก้ปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาโดยการประยุกต์ ความรู้ที่เรียนมา หลีกเลี่ยงข้อสอบที่เป็นการเลือกคำตอบที่ถูกมาคำตอบเดียว จากกลุ่มคำตอบที่ให้มา ไม่ควรมีคำถามเกี่ยวกับนิยามต่าง ๆ
        4. ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ

          1. ผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคลและความสามารถใน การรับผิดชอบ

            นักศึกษาต้องออกไปประกอบอาชีพซึ่งส่วนใหญ่ต้องเกี่ยวข้องกับคนที่ไม่รู้จักมาก่อน คนที่ มาจากสถาบันอื่น ๆ และคนที่จะมาเป็นผู้บังคับบัญชา หรือคนที่จะมาอยู่ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งต้อง เป็นผู้บริหารจัดการธุรกิจได้ความสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับกลุ่มคนต่างๆ เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นอาจารย์ต้องสอดแทรกวิธีการที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้

            1. มีภาวะความเป็นทั้งผู้นำและผู้ตาม สามารถร่วมงานกับผู้อื่นได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ
            2. เคารพสิทธิและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมทั้งเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีของ ความเป็นมนุษย์
          2. กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ

            จัดการเรียนรู้ที่มีการกำหนดกิจกรรมให้มีการทำงานเป็นกลุ่มการทำงานที่ต้อง
            ประสานงาน กับผู้อื่น ข้ามหลักสูตร หรือต้องค้นคว้าหาข้อมูลจากการสัมภาษณ์บุคคลอื่น         หรือ ผู้มีประสบการณ์ โดยมีความคาดหวังในผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคล และ ความสามารถในการรับผิดชอบ ดังนี้

            1. สามารถทำงานกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี
            2. มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
            3. สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และวัฒนธรรมองค์กรที่ไปปฏิบัติงานได้ เป็นอย่างดี
            4. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงานในองค์กรและกับบุคคลทั่วไป
            5. มีภาวะผู้นำ
          3. กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
            ประเมินจากพฤติกรรมและการแสดงออกของนักศึกษาในการนำเสนอรายงานกลุ่ม ในชั้นเรียน และสังเกตจากพฤติกรรมที่แสดงออกในการร่วมกิจกรรมต่างๆ และความครบถ้วน ชัดเจนตรงประเด็นของข้อมูลที่ได้
        5. ทักษะการปฏิบัติการ การวิเคราะห์เชิงระบบ/ตัวเลข การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ

          1. ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการปฏิบัติการ การวิเคราะห์เชิงระบบ/ตัวเลข การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
            นักศึกษาต้องมีทักษะการปฏิบัติการและการวิเคราะห์เชิงระบบ ขั้นต่ำ ดังนี้
            1. สามารถสื่อสารกับกลุ่มคนหลากหลาย อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
            2. สามารถประยุกต์ใช้เทคนิคทางสถิติ และหลักการให้เหตุผลที่เกี่ยวข้องอย่าง เหมาะสม
            3. สามารถใช้สารสนเทศและเทคโนโลยีในการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม
          2. กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการปฏิบัติการ การวิเคราะห์เชิงระบบ/ตัวเลข การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
            กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการปฏิบัติการและการ

            วิเคราะห์เชิงระบบทำได้ในระหว่างการจัดการเรียนรู้ โดยให้นักศึกษาวิเคราะห์เนื้อหาการจัดการ เรียนรู้ เชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำระบบการปฏิบัติการตามขั้นตอนที่เหมาะสมแล้วให้นำเสนอแนวคิด อาจมีการวิเคราะห์ในเชิงวิชาการระหว่างอาจารย์และกลุ่มนักศึกษาก่อนลงมือฝึกทักษะ

          3. กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะการปฏิบัติการ การวิเคราะห์ เชิงระบบ/ตัวเลข การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ

            1. ประเมินจากผลงานสำเร็จ 
            2. ประเมินผลจากการนำเสนอขั้นตอนการปฏิบัติงาน
            3. ประเมินผลจากความรับผิดชอบในการจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องใช้
            4. ประเมินจากความสามารถในการอธิบายชี้แจง เหตุผลของการปฏิบัติการตามแนวทางที่วางแผน
            5. ประเมินจากสุขอนามัยส่วนบุคคลและสุขลักษณะในการปฏิบัติงาน
    • 3. แผนที่แสดงการกระจายความรับผิดชอบผลการเรียนรู้สู่รายวิชา (Curriculum mapping) ผลการเรียนรู้ในแต่ละด้าน

      1. คุณธรรม จริยธรรม

        1. มีวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และสังคม

        2. ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน

        3. มีภาวะความเป็นผู้นำ และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้อื่น

        4. รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมทั้งเคารพในศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์

        5. มีจรรยาบรรณทางวิชาการและวิชาชีพทางนิเทศศาสตร์

      2. ความรู้

        1. มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและทฤษฎีทางนิเทศศาสตร์และศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้อง

        2. สามารถบูรณาการความรู้ทางนิเทศศาสตร์กับความรู้ในศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้

        3. สามารถประยุกต์ความรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ

        4. สามารถติดตามวิวัฒนาการ ความก้าวหน้าทางวิชาการและพัฒนาความรู้ทางนิเทศศาสตร์และศาสตร์อื่นๆที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนำไปประยุกต์ใช้ในงานนิเทศศาสตร์ได้

      3. ทักษะทางปัญญา

        1. มีวิจารณญาณหรือดุลยพินิจในการ วิเคราะห์ปัญหา การตีความ และสรุปประเด็นปัญหาอย่างเป็นระบบ และเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขได้อย่างสร้างสรรค์

        2. มีความสามารถในการประยุกต์ความรู้ ความเข้าใจแนวคิด หลักการและทฤษฎีต่างๆ ในการปฏิบัติงานและการแก้ไขปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์

        3. สามารถใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์์

    • 4. ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ

      1. มีความสามารถในการทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งภาวะความเป็นทั้งผู้นำและผู้ตาม

      2. มีความรับผิดชอบในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

      3. มีความเคารพในสิทธิและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ความสามารถปรับตัวเข้าร่วมกิจกรรมและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์

      4. สามารถให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ต่างๆได้

    • 5. ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ

      1. สามารถสื่อสารกับกลุ่มคนหลากหลาย อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทั้งการพูด การฟัง การอ่าน การเขียน การสรุปประเด็น และการนำเสนอ

      2. สามารถใช้รูปแบบการนำเสนอสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสถานการณ์

      3. สามารถประยุกต์ใช้เทคนิคทางสถิติ หรือคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม

    15. หลักเกณฑ์ในการประเมินผลนักศึกษา
    • 1. กฎระเบียบหรือหลักเกณฑ์ ในการให้ระดับคะแนน (เกรด)

      • เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยเนชั่น ว่าด้วย การศึกษาขั้นปริญญาบัณฑิต พ.ศ. 2552
    • 2. กระบวนการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา

      1. การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ขณะนักศึกษายังไม่สำเร็จการศึกษา

        มีการกำหนดระบบการทวนสอบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักศึกษาเป็นส่วนหนึ่ง ของระบบการประกันคุณภาพภายในของสถาบันอุดมศึกษาที่จะต้องทำความเข้าใจตรงกันทั้งสถาบัน และ นำไปดำเนินการจนบรรลุผลสัมฤทธิ์ ซึ่งผู้ประเมินภายนอกจะต้องสามารถตรวจสอบได้

        การทวนสอบในระดับรายวิชาควรให้นักศึกษาประเมินการเรียนการสอนในระดับรายวิชา มีคณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมของข้อสอบให้เป็นไปตามแผนการจัดการเรียนรู้มีการประเมิน ข้อสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก

        การทวนสอบในระดับหลักสูตรสามารถทำได้โดยมีระบบประกันคุณภาพภายในสถาบัน อุดมศึกษาดำเนินการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้และรายงานผล

      2. การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้หลังจากนักศึกษาสำเร็จการศึกษา

        การกำหนดกลวิธีการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ของนักศึกษา ควรเน้นการทำวิจัย สัมฤทธิ์ผลของการประกอบอาชีพของบัณฑิตที่ทำอย่างต่อเนื่องและนำผลวิจัยที่ได้ย้อนกลับมา ปรับปรุงกระบวนการการเรียนการสอนและหลักสูตรแบบครบวงจร รวมทั้ง การประเมินคุณภาพของ หลักสูตร และหน่วยงานโดยองค์กรระดับสากล โดยการวิจัยอาจจะดำเนินการ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

        1. ภาวการณ์ได้งานทำของบัณฑิต ประเมินจากบัณฑิตแต่ละรุ่นที่จบการศึกษา ในด้านของระยะเวลาในการหางานทำ ความเห็นต่อความรู้ความสามารถ ความมั่นใจของบัณฑิตใน การประกอบ การงานอาชีพ

        2. การตรวจสอบจากสถานประกอบการ โดยการขอเข้าสัมภาษณ์ หรือการส่ง แบบสอบถาม เพื่อประเมินความพึงพอใจในบัณฑิตที่จบการศึกษาและเข้าทำงานในสถานประกอบการ นั้นๆ ในระยะเวลาต่างๆ

        3. การประเมินตำแหน่ง และหรือความก้าวหน้าในสายงานของบัณฑิต

        4. การประเมินจากสถานประกอบการอื่น โดยการส่งแบบสอบถาม หรือ สอบถาม เมื่อมีโอกาสในระดับความพึงพอใจในด้านความรู้ ความพร้อม และสมบัติด้านอื่นๆ ของนักศึกษาที่ จะจบการศึกษาชั้นปริญญาตรีและเข้าศึกษาเพื่อปริญญาที่สูงขึ้นในสถานศึกษานั้นๆ

        5. การประเมินจากบัณฑิตเก่า ที่ไปประกอบอาชีพ ในแง่ของความพร้อมและความรู้ จากสาขาวิชาที่เรียน รวมทั้งสาขาอื่นๆ ที่กำหนดในหลักสูตร ที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบอาชีพของ บัณฑิต รวมทั้งเปิดโอกาสให้เสนอข้อคิดเห็นในการปรับหลักสูตรให้ดียิ่งขึ้นด้วย

        6. ความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ที่มาประเมินหลักสูตรหรือเป็นอาจารย์พิเศษ ต่อความพร้อมของนักศึกษาในการเรียนและคุณสมบัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้และ การพัฒนาองค์ความรู้ของนักศึกษา

        7. ผลงานของนักศึกษาที่วัดเป็นรูปธรรมได้ อาทิ จำนวนผลงานที่พัฒนาจาก รายวิชาที่สอนจำนวนรางวัลทางสังคมและวิชาชีพ จำนวนกิจกรรมการกุศลเพื่อสังคมและประเทศชาติ จำนวนกิจกรรมอาสาสมัครในองค์กรที่ทำประโยชน์ต่อสังคม และจำนวนการออกบริการวิชาการที่ นักศึกษาออกให้บริการแก่สังคม
      3. เกณฑ์การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร
        1. นักศึกษาทีมีสิทธิ์ได้รับปริญญา ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ดังต่อไปนี้

          1. เรียนครบหน่วยกิตและรายวิชาตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ในหลักสูตร

          2. มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ไม่ต่ำกว่า 2.00 (จากระบบ 4 ระดับคะแนน)

          3. ใช้เวลาการศึกษาไม่เกิน 2 เท่าของระยะเวลาการศึกษาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาการลาพักการศึกษา

          4. ไม่มีพันธะด้านหนี้สินใดๆ กับมหาวิทยาลัย

          5. มีเกียรติและศักดิ์ของนักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยเนชั่น

        2. นักศึกษาที่มีสิทธิ์แสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษาต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังนี้

          1. เป็นนักศึกษาภาคการศึกษาสุดท้ายที่ลงทะเบียนเรียนครบตามหลักสูตร

          2. ผ่านกิจกรรมภาคบังคับตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

          3. ให้นักศึกษาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุ ไว้ในข้อ 3.2.1 และ 3.2.2 ยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษาต่อสำนักงานทะเบียนและประเมินผล ภายในระยะ เวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด มิฉะนั้นอาจไม่ได้รับการพิจารณาเสนอชื่อต่อสภามหาวิทยาลัย เพื่ออนุมัติ ให้ปริญญาในภาคการศึกษานั้น

    16. การพัฒนาคณาจารย์
    • 1. การเตรียมการสำหรับอาจารย์ใหม่

      1. มีการปฐมนิเทศแนะแนวการเป็นครูแก่อาจารย์ใหม่ให้มีความรู้และเข้าใจนโยบาย ของมหาวิทยาลัย/คณะตลอดจนในหลักสูตรที่สอน

      2. ส่งเสริมอาจารย์ให้มีการเพิ่มพูนความรู้ สร้างเสริมประสบการณ์เพื่อส่งเสริมการสอน และ การวิจัยอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนด้านการศึกษาต่อ ฝึกอบรม ดูงานทางวิชาการและ วิชาชีพในองค์กรต่างๆการประชุมทางวิชาการทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศการนำเสนอผลงานวิจัย ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

    • 2. การพัฒนาความรู้และทักษะให้แก่คณาจารย์

      1. การพัฒนาทักษะการจัดการเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล
        1. ส่งเสริมอาจารย์ให้มีการเพิ่มพูนความรู้ สร้างเสริมประสบการณ์เพื่อส่งเสริม การสอนและการวิจัยอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนด้านการศึกษาต่อ ฝึกอบรม ดูงานทางวิชาการ และ วิชาชีพในองค์กรต่างๆ การประชุมทางวิชาการทั้งในประเทศ หรือต่างประเทศ

        2. การเพิ่มพูนทักษะการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผลให้ทันสมัย การนำเสนอผลงานวิจัยทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
      2. การพัฒนาวิชาการและวิชาชีพด้านอื่นๆ
        1. การมีส่วนร่วมในกิจกรรมบริการวิชาการแก่ชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ความรู้และคุณธรรม

        2. มีการกระตุ้นอาจารย์ทำผลงานทางวิชาการในสาขาวิชานิเทศศาสตร์

        3. ส่งเสริมการทำวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่เป็นหลักและเพื่อพัฒนาการเรียน การสอนและมีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพ

    17. การประกันคุณภาพหลักสูตร
    • 1. การบริหารหลักสูตร

    • มีอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรดำเนินการบริหารหลักสูตรดังนี้

      1. มีคณะกรรมการประจำหลักสูตรเป็นผู้กำกับดูแลและคอยให้คำแนะนำตลอดจน แนวปฏิบัติ ให้แก่อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร

      2. อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรวางแผนการจัดการเรียนการสอนร่วมกับผู้บริหารของ คณะและอาจารย์ผู้สอน ติดตามและรวบรวมข้อมูล สำหรับใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร โดยกระทำ ทุกปีอย่างต่อเนื่อง

      3. มีการประเมินความพึงพอใจของหลักสูตรและการเรียนการสอน โดยบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา

      4. ก่อนเปิดภาคเรียนมีการเตรียมการสอน เอกสารประกอบการสอน สื่อการสอนตรวจสอบ ความพร้อมของห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์ที่ต้องใช้

    • 2. การบริหารทรัพยากรการเรียนการสอน

      1. การบริหารงบประมาณ

        ได้จากงบประมาณรายได้จากค่าลงทะเบียนนักศึกษาและงบประมาณสมทบจากรายได้ อื่น ทั้งนี้ได้จัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายตามความจำเป็น

      2. ทรัพยากรการเรียนการสอนที่มีอยู่เดิม

        1. สถานที่และอุปกรณ์การสอน

          สถานที่การสอน การปฏิบัติการ ใช้สถานที่ของหลักสูตรนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น และ คณะวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ ห้องปฏิบัติการภาษา คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี ทั้งนี้สามารถนำเสนอรายการ อุปกรณ์

        2. สถานที่และอุปกรณ์การสอน

          สถานที่การสอน การปฏิบัติการ ใช้สถานที่ของหลักสูตรนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น และ คณะวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ ห้องปฏิบัติการภาษา คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี ทั้งนี้สามารถนำเสนอรายการอุปกรณ์

        3. การจัดหาทรัพยากรการเรียนการสอนเพิ่มเติม

          สิ่งสนับสนุนการเรียนการสอนที่สำคัญของหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต  ได้แก่ เครื่องมือ อุปกรณ์ ห้องปฏิบัติการ และแหล่งฝึกพัฒนาประสบการณ์วิชาชีพทั้งนี้วิชาชีพนิเทศศาสตร์เป็น หลักสูตรที่ต้องเตรียมความพร้อมให้แก่บัณฑิตให้สามารถปฏิบัติงานวิชาชีพด้านนิเทศศาสตร์และวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสามารถนำความรู้เหล่านั้นไปใช้ถ่ายทอดการจัดการเรียนรู้ได้จริง จึงมี ความจำเป็น ที่นักศึกษาต้องมีประสบการณ์ การใช้งานเครื่องมือ อุปกรณ์ ให้เกิดความเข้าใจหลักการ วิธีการใช้งานที่ถูกต้อง และมีทักษะในการใช้งานจริง รวมทั้งสื่อประกอบการสอนที่จัดเตรียมโดยผู้สอน ดังนั้นผู้สอนจึงต้องจัดหาทรัพยากรเพื่อจัดการเรียนการสอน ดังนี้

          1. มีห้องเรียนที่มีสื่อการสอนและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพการใช้งานเอื้อให้คณาจารย์สามารถปฏิบัติงานสอนได้อย่างมีประสิทธิผล

          2. มีห้องปฏิบัติการที่มีความพร้อมทั้งวัสดุอุปกรณ์ ที่สอดคล้องกับสาขาวิชาที่ เปิดสอนอย่างพอเพียงต่อการเรียนการสอนรวมถึงแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพจากเครือเนชั่นกรุ๊ป โดยมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ

          3. มีเจ้าหน้าที่สนับสนุน ดูแลสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบ การสอนที่พร้อมใช้ปฏิบัติงาน

          4. มีห้องสมุดหรือแหล่งความรู้และสิ่งอำนวยความสะดวกในการสืบค้นความรู้ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนมีหนังสือ ตำราและวารสารในสาขาวิชาที่เปิดสอน ทั้งภาษาไทย และ ภาษาต่างประเทศที่เกี่ยวข้องในจำนวนที่เหมาะสม

          5. มีเครื่องมืออุปกรณ์ประกอบการเรียนวิชาปฏิบัติการระหว่างการเรียน การสอนในวิชาปฏิบัติการต่อจำนวนนักศึกษาในอย่างเพียงพอ

          6. มีเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบการเรียนวิชาปฏิบัติการระหว่างการเรียน การสอนในวิชาปฏิบัติการต่อจำนวนนักศึกษาในอย่างเพียงพอ

          7. มีห้องปฏิบัติการเปิดให้บริการแก่นักศึกษานอกเวลาเรียนให้สามารถเข้าใช้ ได้ทุกวันโดยมีปริมาณจำนวนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เหมาะสม

      3. การสนับสนุนและการให้คำแนะนำ นักศึกษา

        1. การให้คำปรึกษาด้านวิชาการ และอื่นๆ แก่นักศึกษา
          มีการแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาทางวิชาการและนักพัฒนานักศึกษาให้แก่นักศึกษาทุกคน โดยนักศึกษาที่มีปัญหาในการเรียนสามารถปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาได้ โดยอาจารย์ ทุกคนจะ ต้องทำหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษาให้แก่นักศึกษาและทุกคน ต้องกำหนดชั่วโมงว่า (Office Hours) เพื่อให้นักศึกษาเข้าปรึกษาได้ นอกจากนี้สำนักพัฒนาศักยภาพนักศึกษายังทำหน้าที่เป็นหน่วยงาน กลางในการ ให้คำปรึกษากิจกรรม ตลอดจนแนะนำในการจัดทำกิจกรรม แก่นักศึกษาอีกด้วย

        2. การอุทธรณ์ของนักศึกษา กรณีที่นักศึกษามีความสงสัยเกี่ยวกับผลการประเมินในรายวิชาใดสามารถที่จะยื่นคำร้องขอดูกระดาษคำตอบในการสอบตลอดจนดูคะแนนและวิธีการประเมินของอาจารย์ในแต่ละรายวิชาได้